Jump to content


THE E11EVEN ♠ KY

Member Since 04 Oct 2012
Offline Last Active Jun 15 2019 06:40 AM
-----

#19994 Bittersweet (3/4)

Posted by THE E11EVEN ♠ KY on 20 April 2019 - 12:15 PM


SF : Bittersweet

Author : Yeolly Wu

Chapter : 03

 

แท็ก #bittersweet_ky

 

 

 

 

 

ยูอีเดินอุ้ยอ้ายอยู่ภายในห้องนอนของตัวเองหลังจากตัดสินใจได้ว่าเธอควรจะโละหนังสือเก่าๆที่ซื้อมาเก็บสะสมเอาไว้ทิ้งไปให้หมด  แน่นอนว่าของที่เคยผ่านมือคนอื่นมานักต่อนักย่อมไม่สะอาดสะอ้านเท่าที่ควรจะเป็น  เช่นนั้นเธอจึงเลือกที่จะยอมทิ้งของรักของหวงไปให้หมดด้วยเพราะเป็นห่วงสุขภาพของลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาในอีกไม่ช้านี้

 

ร่างบางโอบอุ้มหนังสือกองโตเอาไว้ในอ้อมแขน  ก่อนจะค่อยๆเดินไปวางมันลงในกล่องกระดาษที่มีหนังสือจำนวนหนึ่งวางกองอยู่ในนั้น  อายุครรภ์ที่ย่างเข้าสู่เดือนที่หกแล้วทำให้เธอขยับตัวได้ไม่สะดวกนัก  แต่กระนั้นเธอก็ทำเช่นนั้นอยู่ซ้ำๆจนกระทั่งหนังสือเก่าบนชั้นหนังสือหดหายไปกว่าครึ่ง  กระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูห้องดังแทรกขึ้นมา...เธอจึงหันไปมองตามเสียงนั้นก่อนจะพบว่าเป็นคริสนั่นเอง

 

“เฮ้...ทำอะไรของเธอน่ะยูอี”  เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเจ้าของห้องกำลังโอบอุ้มหนังสือกองโตเอาไว้ในอ้อมแขน  ซึ่งน้ำหนักของมันคงจะไม่ใช่เล่นๆเลยทีเดียว

 

“ว่าจะเอาหนังสือเก่าๆที่ฉันซื้อมาเก็บสะสมเอาไว้ไปทิ้งน่ะ

 

“เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ...ว่าแต่ทำไมถึงแบกของหนักขนาดนี้ล่ะ  มันอันตรายกับลูกนะ

 

“อ่า...ขอโทษทีนะ...ฉันลืมไปน่ะ”  หญิงสาวว่าพลางยิ้มออกมาเจื่อนๆเมื่อเธอลืมไปซะสนิทว่าไม่ควรยกของหนักๆแบบนี้

 

“ไม่เป็นไร...ว่าแต่ทำไมถึงจะเอาหนังสือพวกนั้นไปทิ้งซะล่ะ”  ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเมื่อพบว่าจำนวนของมันไม่ได้น้อยเลยทีเดียว  และเมื่อขึ้นชื่อว่าของสะสม...อย่างไรเสียมันก็ไม่ต่างจากของรักของหวงนั่นแหละ

 

“มันไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่น่ะ  ผ่านมือใครมาบ้างก็ไม่รู้...ไหนจะฝุ่นที่เกาะอยู่ตามซอกหนังสืออีก...ฉันกลัวว่ามันจะไม่ดีต่อสุขภาพของลูกก็เลยคิดว่าควรจะเอาไปทิ้งดีกว่า”  หญิงสาวว่าพลางจ้องมองหนังสือกองโตด้วยความรู้สึกเสียดายไม่น้อย

 

“อือฮึ...แต่รอฉันมาจัดการให้ก็ได้นี่นา...อีกตั้งหลายเดือนกว่าลูกจะออกมาลืมตาดูโลก...เธอจะรีบร้อนไปทำไมกันเล่า

 

“ไม่รู้สิ...พอตัดสินใจได้แล้วฉันก็ทำเลย...มันก็แค่นั้นแหละ

 

“ยัยบ๊อง”  คริสว่าพลางส่ายหน้าเบาๆอย่างไม่จริงจังนัก  ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ว่าที่คุณแม่และเอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน

 

“เธอไปพักผ่อนเถอะ  เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเก็บกวาดให้เอง

 

“แต่...

 

“เชื่อฉันเถอะน่า...ห่วงตัวเองบ้างสิ

 

“อื้ม...”  หญิงสาวพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะผละไปพักผ่อนตามที่อีกฝ่ายว่า  ร่างบางค่อยๆทรุดตัวลงนั่งบนเตียงก่อนจะมองตรงไปยังพ่อของลูกที่กำลังง่วนอยู่กับการหยิบหนังสือบนชั้นออกมาใส่ลงในกล่องเหมือนกับที่เธอทำเมื่อครู่  มองอยู่นานก่อนที่รอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้นบนเรียวปากที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีหวาน

 

หลังจากพิธีแต่งงานผ่านพ้นไป...แม้ว่าเธอกับคริสจะยังคงแยกกันอยู่เหมือนเดิม  แต่กระนั้นอีกฝ่ายก็มักจะแวะเวียนมาหาเธออยู่ทุกวันเพื่อช่วยดูแลในฐานะพ่อของเด็กในท้อง  ซึ่งเธอคิดว่าคริสสามารถประพฤติปฏิบัติหน้าที่นั้นได้ดีอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเลยทีเดียว

 

ว่ากันตามตรง...คริสทั้งใจดีและอบอุ่นอ่อนโยนจนเธอไม่รู้สึกอึดอัดกับการที่มีอีกฝ่ายมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเพื่อคอยดูแลเอาใจใส่  และการที่ชายหนุ่มแวะเวียนมาหาเธอทุกวันทำให้เราต่างก็สนิทสนมกันมากขึ้น  ถึงแม้ว่าเด็กในท้องจะเกิดมาจากความผิดพลาดของพวกเรา...แต่กระนั้นคริสก็ยังใจดีมาช่วยดูแลเธออย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกเหมือนต้องแบกรับความผิดพลาดทุกอย่างเอาไว้คนเดียว  และเหตุนั้นเองที่ทำให้เธอมักเผลอใจเต้นแรงอยู่บ่อยครั้งกับการกระทำอันแสนอบอุ่นของเขา  แม้จะรู้ดีว่าไม่ควรเพราะคริสเองก็มีชานยอลอยู่แล้ว...แต่กระนั้นการห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ให้คิดอะไรเกินเลยกับพ่อของลูกก็เป็นเรื่องที่ยากเกินไปสำหรับเธอจริงๆ

 

คริสเป็นคนดี...นั่นคือสิ่งที่เธอรู้ดีที่สุด

 

และการตัดใจ...เป็นสิ่งที่เธอควรทำเพื่อตอบแทนความดีของเขาอย่างนั้นใช่มั้ย...?

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

ร่างบางหอบข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาในห้องหลังจากที่ออกไปจับจ่ายซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับคอนโดของเจ้าตัว  ซึ่งของที่ซื้อมาส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวกอาหารสดกับเครื่องปรุงรสต่างๆที่ใกล้หมด  ซึ่งน้ำหนักโดยรวมของมันไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว  ชานยอลเริ่มเข้าใจคำว่าเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดก็วันนี้นี่เอง  รู้แบบนี้เขารอให้คริสพาไปซื้อของน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเดินฝ่าแดดฝ่าลมหิ้วของหนักๆกลับมาเองเป็นไหนๆ

 

“เหนื่อยจัง...”  ร่างบางว่าพลางเดินไปปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้เย็นขึ้น  หยาดเหงื่อที่ชุมโชกอยู่ตามผิวกายมันทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวเอาซะเลย  “รีบทำกับข้าวให้เสร็จแล้วค่อยไปอาบน้ำดีกว่าแฮะ”  ชานยอลพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย  วันนี้เป็นวันเกิดของเขา...เช่นนั้นเขากับคริสจึงตกลงกันว่าจะฉลองวันเกิดด้วยกันเงียบๆที่นี่  ซึ่งสิ่งที่ทำให้ชานยอลรู้สึกดีใจที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่ว่าในที่สุด...พวกเขาจะได้ใช้เวลาร่วมกันเสียทีหลังจากได้ยินแต่เสียงผ่านสายโทรศัพท์มาเป็นระยะเวลาสักพักใหญ่ๆแล้ว

 

ระยะหลังมานี้เขากับคริสไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก  เพราะนับวันยูอีก็ยิ่งท้องใหญ่ขึ้น...เวลาจะเดินไปไหนหรือขยับทำอะไรคงไม่สะดวกนัก  คริสจึงจำเป็นต้องคอยไปดูแลเธออย่างใกล้ชิดในฐานะพ่อของเด็ก  ซึ่งชานยอลเองก็เข้าใจในจุดนี้ดี  แม้บางครั้งจะรู้สึกน้อยใจไปบ้างที่คริสไม่มีเวลาให้เขาเหมือนเมื่อก่อน  แต่ชานยอลก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าพยายามปัดเรื่องน่ารำคาญใจเหล่านั้นทิ้งไปเสีย

 

Rrrr...

 

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือแผดเสียงร้องขึ้นมาขณะที่ร่างบางกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอาหารมื้อเย็นสำหรับการเฉลิมฉลองวันเกิด  ชานยอลละมือที่กำลังหั่นผักอย่างประณีตอยู่ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง  ดวงตากลมโตจ้องมองรายชื่อคนโทรเข้าที่เด่นหราอยู่บนหน้าจอก่อนจะเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย  มือบางจัดการกดรับสายและกรอกเสียงลงไป

 

“ว่าไง

 

( ทำอะไรอยู่ครับคนดี )

 

“กำลังทำมื้อเย็นอยู่น่ะ...ว่าแต่จะมาตอนไหนเหรอ?”

 

( คงอีกสักพักนั่นแหละ...ตอนนี้ฉันใกล้จะถึงบ้านยูอีแล้วล่ะ  อีกเดี๋ยวก็ถึงเวลามื้อเย็นแล้ว...รอให้ยูอีกินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วเดี๋ยวฉันไปหานะ )

 

“อื้อ...โอเค...ขับรถระวังๆด้วยแล้วกัน

 

( ครับที่รัก )

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

เป็นอีกวันที่ชายหนุ่มแวะเวียนมาดูแลยูอีที่บ้านของเธอเหมือนอย่างที่แล้วมา  ร่างสูงกล่าวทักทายพ่อแม่ของหญิงสาวด้วยความนอบน้อม...ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องของว่าที่คุณแม่ด้วยความคุ้นเคย

 

“มาแล้วเหรอ...”  เสียงหวานพูดขึ้นอย่างแผ่วเบาเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่เปิดประตูเข้ามา  คริสยิ้มรับก่อนจะหันไปปิดประตูลงตามเดิม

 

“โทษทีนะที่มาช้าไปหน่อย  มัวแต่เร่งปั่นงานส่งอาจารย์อยู่น่ะ

 

“อื้อ...ไม่เป็นไรหรอก

 

“เป็นยังไงบ้าง  ระหว่างที่ฉันไม่อยู่คงไม่ได้ห้าวลุกขึ้นมายกของหนักๆใช่มั้ย?”

 

“เปล่านี่...ฉันก็นอนอ่านหนังสืออยู่เฉยๆนี่แหละ  อย่าใส่ร้ายกันสิ

 

“ก็เธอชอบทำอะไรเกินตัวอยู่เรื่อยเลยนี่นา

 

“นายนี่บ่นเก่งจริงๆเลยให้ตายสิ...”  หญิงสาวว่าพลางกลอกตาไปมาเล็กน้อย  ก่อนจะเหลือบมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่แสงแดดไม่ได้แรงจัดเหมือนกับเมื่อสองสามชั่วโมงที่แล้วมา

 

“คริส...ฉันอยากลงไปนั่งเล่นในสวนน่ะ...พาลงไปหน่อยสิ

 

“ได้สิ...ค่อยๆลุกนะ”  ชายหนุ่มว่าพลางช่วยประคองหญิงสาวลงจากเตียงอย่างเบามือ  หน้าท้องที่ใหญ่ขึ้นตามอายุครรภ์ทำให้ทุกอย่างดูลำบากไปมากกว่าที่เคย

 

คริสพาหญิงสาวลงมาสูดอากาศเย็นสบายภายในสวนหลังบ้านตามคำขอของเธอ  ร่างบางค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งในซุ้มพักผ่อนก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณเบาๆกับอีกฝ่าย  คริสยิ้มรับก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆหญิงสาว

 

“หนาวหรือเปล่า?”

 

“นิดหน่อยน่ะ...แค่นี้สบายมาก”  หญิงสาวว่ายิ้มๆก่อนจะกระชับเสื้อคลุมให้แนบชิดกับผิวกายมากยิ่งขึ้น  อากาศที่เย็นขึ้นเพราะใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้เธออยากออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะเพื่อเที่ยวชมความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสี  แต่การอุ้มท้องไปเดินไกลๆคงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นัก  เธอจึงได้แต่นั่งๆนอนๆอยู่ในห้องของตัวเอง  หรือไม่ก็ให้คริสพาเธอลงมานั่งเล่นในสวนหลังบ้านอย่างวันนี้

 

“อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงกำหนดคลอดแล้ว...ได้คิดชื่อลูกไว้บ้างหรือยังล่ะ?”

 

“ยังเลย...แล้วนายล่ะ

 

“ฉันก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน...”  ชายหนุ่มว่าพลางขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย  “จะเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายกันนะ”

 

“นั่นสิ...ฉันเองก็เดาไม่ถูกเหมือนกัน”  ร่างบางว่าพลางลูบเบาๆลงบนหน้าท้องของตัวเอง  “ไว้ฉันคิดออกเมื่อไหร่จะบอกนายเป็นคนแรกนะ”

 

“ได้สิ”  คริสยิ้มรับบางๆก่อนจะหันไปตามทิศทางของเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา  ก่อนจะพบว่าเป็นคุณแม่ของยูอีที่กำลังเดินมาหา

 

“อาหารมื้อเย็นเสร็จแล้วล่ะ  ไปกินข้าวกันเถอะจ้ะเด็กๆ

 

สองร่างพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนที่คริสจะช่วยพยุงยูอีให้ลุกขึ้น  ร่างสูงค่อยๆพาเธอเดินเข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวังก่อนจะเอ่ยขึ้น

 

“เดี๋ยววันนี้ฉันกลับเร็วหน่อยนะ...หลังกินข้าวเสร็จแล้วคงจะกลับเลย

 

“อ่า...ทำไมรีบกลับจังเลยล่ะ  จะไปไหนเหรอ?”  หญิงสาวถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ  เพราะปกติคริสจะอยู่รอให้เธอเข้านอนก่อนถึงจะเดินทางกลับ

 

“พอดีวันนี้วันเกิดชานยอลน่ะ

 

หญิงสาวนิ่งไปหลังจากที่ได้ยินคำกล่าวนั้น  ตะกอนความรู้สึกไม่พอใจถูกกวนขึ้นจนมันฟุ้งไปทั่วทั้งจิตใจของเธออย่างฉับพลัน  ถึงแม้เธอจะไม่อยากรู้สึกแบบนั้น...แต่ความรู้สึกราวกับกำลังจะถูกแย่งของรักมันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างห้ามไม่ได้

 

“งั้นเหรอ”  หญิงสาวว่าพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ถูกปั้นแต่งขึ้น  “ฉันฝากอวยพรวันเกิดให้ชานยอลด้วยก็แล้วกันนะ”

 

“ได้สิ”  คริสยิ้มรับอย่างยินดี  ก่อนจะพาเธอไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวซึ่งมีคุณพ่อคุณแม่ของเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว  ระหว่างมื้ออาหารคริสก็จัดแจงตักกับข้าวให้หญิงสาวอยู่เสมอ  ความใส่ใจเหล่านั้นเรียกรอยยิ้มบางของผู้ใหญ่ทั้งสองท่านที่นั่งมองอยู่เงียบๆได้เป็นอย่างดี

 

ถึงแม้ว่าแรกเริ่มเดิมทีการแต่งงานระหว่างยูอีและคริสมันจะเกิดขึ้นเพราะความจำเป็น  แต่เพราะความประพฤติปฏิบัติที่ดีอย่างสม่ำเสมอของคริสทำให้พวกท่านเปิดใจยอมรับลูกเขยคนนี้มากขึ้น  อย่างน้อยก็ลดอคติที่อีกฝ่ายทำให้ลูกสาวของพวกท่านต้องมาอุ้มท้องทั้งที่ยังเรียนไม่จบไปได้มากทีเดียว

 

หญิงสาวนั่งกินข้าวเงียบๆท่ามกลางบทสนทนาระหว่างคริสกับคุณพ่อของเธอในเรื่องทั่วๆไป  ถึงแม้ว่ารสชาติของอาหารมื้อนี้จะอร่อยมากแค่ไหน  แต่ยูอีก็รู้สึกว่ามันกร่อยไปถนัดตาเมื่อเรื่องราวระหว่างคริสและชานยอลยังคงวุ่นวายอยู่ในหัวของเธออย่างไม่หยุดพัก  มันทั้งน่าหงุดหงิดและน่ารำคาญใจไปในเวลาเดียวกัน  เพราะเหตุนั้นมันพาลให้เธอไม่อยากอาหารไปซะดื้อๆจนต้องวางช้อนลงทั้งที่เพิ่งกินไปได้นิดเดียวเท่านั้น

 

“อ้าว...ทำไมกินน้อยจังเลยล่ะลูก  อาหารไม่อร่อยเหรอจ๊ะ?”  หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเธอกินข้าวไปแค่นิดเดียวเท่านั้น

 

“เปล่าหรอกค่ะ...หนูแค่รู้สึกกินไม่ค่อยลงน่ะค่ะคุณแม่

 

“ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ?”

 

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ

 

“งั้นขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะลูก  ถ้ารู้สึกว่าอาการไม่ค่อยดียังไงก็รีบบอกนะจ๊ะ  จะได้ไปโรงพยาบาลกัน”

 

“ค่ะ”  หญิงสาวรับคำสั้นๆ  ก่อนที่คริสจะช่วยพยุงเธอขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง  ชายหนุ่มเห็นอีกฝ่ายมีอาการไม่ค่อยดีก็นึกเป็นห่วงไม่น้อย  เกรงว่าเจ้าตัวเล็กในท้องจะมีอะไรผิดปกติจนส่งผลมาถึงยูอีอย่างที่เห็นหรือเปล่า

 

“ไหวหรือเปล่า”  เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นขณะช่วยประคองเธอเข้าไปในห้อง  หญิงสาวได้ยินคำถามนั้นก็เผลอเม้มริมฝีปากแน่น  ถ้าหากเธอบอกว่าไม่เป็นอะไร...คริสก็คงทิ้งเธอไว้คนเดียวแล้วไปหาชานยอลเป็นแน่

 

ไม่...เธอจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นแน่

“โอ้ย...”  เสียงหวานร้องขึ้นอย่างแผ่วเบา...ก่อนที่กายบางจะเอนซบเข้ากับแผงอกแกร่ง  ท่าทีไม่ค่อยดีของเธอทำให้คริสรู้สึกตกใจระคนเป็นห่วงไม่น้อย

 

“ยูอี  เป็นอะไรไปน่ะ!?”

 

“ฉัน...รู้สึกเวียนหัวน่ะ...”  ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็รีบพาเธอไปนั่งลงบนเตียงในทันที  สีหน้าตกใจและเป็นห่วงของเขาทำให้เธอรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ  แต่จะให้ทำอย่างไรได้...ในเมื่อเธอไม่ต้องการให้คริสไปหาชานยอลอย่างที่อีกฝ่ายตั้งใจไว้ในทีแรก

 

ที่ผ่านมา...แม้จะรู้ดีแก่ใจว่าที่ชายหนุ่มมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอก็เพราะลูก...แต่เธอผิดด้วยหรือที่ตกหลุมรักความอบอุ่นอ่อนโยนของเขาจนยากจะถอนตัวแบบนี้  ทั้งที่พยายามหักห้ามใจแล้ว...แต่เรื่องของความรู้สึกมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะสามารถควบคุมมันได้โดยง่าย  ยิ่งอีกฝ่ายใจดีกับเธอมากเท่าไหร่...เธอก็ยิ่งรู้สึกอ่อนไหวและตกหลุมรักเขาไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

...และกว่าจะรู้ตัว...มันก็ยากเกินกว่าจะถอยกลับแล้วจริงๆ

 

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า

 

“ฉันรู้สึกเวียนหัวมากๆเลย...แล้วก็ปวดท้องด้วย...”  หญิงสาวว่าพลางยกมือขึ้นแตะเบาๆที่หน้าท้องของตัวเอง  “ขอโทษด้วยนะคริส...ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันเกิดของชานยอล...แต่นายช่วยอยู่กับฉันได้มั้ย...ฉันไม่ไว้ใจอาการที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่เลย...ฉันกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไป...”

 

หญิงสาวเอ่ยขอร้องกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก  ดวงหน้าหวานฉายแววเจ็บปวดได้อย่างแนบเนียนจนชายหนุ่มนึกเชื่ออย่างสนิทใจ

 

“ฉันว่าเราไปโรงพยาบาลกันดีกว่า...สีหน้าเธอไม่ค่อยดีเลยนะ

 

“ไม่ต้องหรอก...ฉันไม่อยากให้วุ่นวายกันน่ะ...ลองนอนพักดูก่อนน่าจะดีกว่า

 

“เอาแบบนั้นเหรอ?”

 

“อื้อ...

 

“งั้นก็ตามใจเธอแล้วกัน”  ชายหนุ่มว่าพลางช่วยประคองหญิงสาวให้นอนลงอย่างเบามือ  “...นอนพักเถอะ...ถ้าตื่นมาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นเดี๋ยวฉันจะพาโรงพยาบาล”

 

หญิงสาวพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลง  ครู่หนึ่งเธอก็ได้ยินคริสโทรหาชานยอลและบอกว่าคงไปหาไม่ได้แล้ว  และนั่นเรียกรอยยิ้มบางให้ผุดขึ้นบนริมฝีปากของเธอเมื่อแผนการแกล้งป่วยมันประสบผลสำเร็จโดยไม่เสียแรงเปล่า

 

ถึงแม้ว่าชานยอลจะมาก่อน...แต่เธอก็มีสิทธิ์มิใช่หรือ...เพราะถึงอย่างไรคริสก็ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของลูกในท้องเธออยู่วันยังค่ำ  ถึงแม้ว่าตอนนี้คริสจะยังไม่รักเธอก็ไม่เป็นไร...เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะต้องทำให้คริสรักเธอให้ได้ในสักวันหนึ่ง...คริสจะต้องรักแค่เธอเท่านั้น...โดยไม่มีเรื่องของปาร์คชานยอลอยู่ในสักเสี้ยวหนึ่งของความคิดอีกต่อไป...

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

ชานยอลลดโทรศัพท์ในมือลงหลังจากได้ความจากปลายสายว่าคงมาร่วมฉลองวันเกิดด้วยไม่ได้แล้วเพราะยูอีมีอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ด้านชานยอลที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยายามเข้าใจ...เขาพยายามแล้วที่จะไม่รู้สึกน้อยใจใดๆ  ทว่าความหวังที่ถูกพังทลายลงตรงหน้ามันทำให้เขาอดรู้สึกแย่ไม่ได้จริงๆ

 

ที่ผ่านมาเขาได้แต่บอกตัวเองว่าให้อดทน...เพียงแค่คริสรักเขาไม่ว่าจะเรื่องอะไรชานยอลก็ยอมรับได้ทั้งนั้น  แต่ในวันสำคัญอย่างนี้...พวกเขาควรจะได้อยู่ด้วยกันมิใช่หรือ...

 

ชานยอลจ้องมองอาหารหลากหลายอย่างบนโต๊ะอาหารด้วยแววตาเลื่อนลอย  ก่อนจะลงมือกินอาหารมื้อเย็นเงียบๆเพียงคนเดียวเมื่อใครอีกคนมาร่วมเฉลิมฉลองด้วยกันไม่ได้แล้ว  รสชาติอาหารแสนอร่อยดูฝืดคอจนแทบกลืนไม่ลงเมื่อความรู้สึกแย่กำลังตีรวนอยู่ในทุกห้วงของความรู้สึกจนพาให้รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งขอบตาอย่างห้ามไม่ได้

 

“วันนี้...ฮึก...วันเกิดของฉันนะ...”  ชานยอลร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น  มือบางยกขึ้นปิดหน้าตัวเองเอาไว้ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างเหลืออด  ระบายความทุกข์ใจในตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า  ถึงแม้จะรู้ดีว่าที่คริสไม่สามารถมาหาเขาได้มันเป็นเพราะความจำเป็น  แต่ถึงอย่างนั้นความน้อยอกน้อยใจที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้มาเนิ่นนานมันก็ทำให้เขาไม่สามารถเก็บกักน้ำตาเอาไว้ได้จริงๆ

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

อย่าลืมแสดงความเห็นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แต่งด้วยนะคะ ไม่ได้เป็นสมาชิกบอร์ดบ้านก็สามารถแสดงความเห็นได้น้า

ส่วนแท็กสกรีมเรื่องนี้ใช้แท็ก #bittersweet_ky นะคะ

 

ขอบคุณค่ะ

 




#19993 Bittersweet (2/4)

Posted by THE E11EVEN ♠ KY on 14 April 2019 - 10:49 AM

SF : Bittersweet

Author : Yeolly Wu

Chapter : 02

 

แท็ก #bittersweet_ky

 

 

 

 

หลังจากที่คริสตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับพ่อแม่ของตนเองได้รับรู้  พวกท่านต่างก็รู้สึกตกอกตกใจเป็นอย่างมากที่กำลังจะมีหลานแบบไม่ทันได้ตั้งตัว  แต่กระนั้นพวกท่านก็ยินดีรับผิดชอบในสิ่งที่ลูกชายของตัวเองได้ก่อขึ้นอย่างไม่อิดออด...เพราะถึงอย่างไรบุคคลที่เสียหายมากที่สุดก็คือฝ่ายหญิงอยู่ดี

 

บรรยากาศภายในบ้านของคิมยูอีเต็มไปด้วยความตึงเครียดเมื่อทั้งสองครอบครัวมารวมตัวกันอยู่อย่างพร้อมหน้า  หลังจากที่พูดคุยกับคริสในวันนั้น...หญิงสาวก็ตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับพ่อและแม่ของเธอฟัง  แน่นอนว่าพวกท่านโกรธมากที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น  หากใครรู้เข้าว่าลูกสาวของตนท้องโตทั้งที่ยังเรียนไม่จบและยังไม่ได้แต่งงานคงได้อับอายขายขี้หน้าไปอีกนาน  เช่นนั้นสองสามีภรรยาจึงสั่งให้ยูอีเรียกฝ่ายชายเข้ามาพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปกันเป็นการด่วน  เพราะเหตุนั้นคริสจึงพาพ่อกับแม่ของตนเองเดินทางมาที่บ้านของยูอีเพื่อเจรจากับทางครอบครัวของหญิงสาวสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

ห้องรับแขกตกอยู่ในสภาวะเครียดขึงจนชวนให้รู้สึกอึดอัด  ทว่าสำหรับเรื่องราวอันน่าปวดหัวที่เกิดขึ้น...คงไม่มีใครมีกระจิตกระใจที่จะส่งยิ้มให้กันราวกับเป็นเรื่องที่น่ายินดี

 

“ผมรู้ว่ามันเป็นความผิดพลาดที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น...แต่พวกคุณรู้ใช่มั้ยว่าคนที่เสียหายที่สุดก็คือลูกสาวของผม  อีกไม่นานท้องของยูอีจะต้องใหญ่ขึ้น...คนอื่นจะมองลูกสาวผมยังไงที่เห็นเธอท้องโตทั้งที่ยังเรียนไม่จบ

 

“.....”

 

“ยูอีจะต้องแต่งงาน”

 

สิ้นคำกล่าวนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ  พ่อกับแม่ของคริสหันมามองหน้ากันเมื่อผลลัพธ์ของการเจรจาในครั้งนี้มันไม่แตกต่างจากที่คิดเอาไว้มากนัก  พวกเขาคาดเดาเอาไว้ตั้งแต่ก่อนมาเข้าพบกับทางครอบครัวของฝ่ายหญิงแล้วว่าคงไม่พ้นต้องเกี่ยวดองกันเพื่อลบคำครหาต่างๆนาๆที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

คริสก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างยอมรับชะตากรรมที่เขาเป็นคนก่อมันขึ้นมา  ถึงแม้ว่าจะทำใจเอาไว้แล้วล่วงหน้า  ทว่า...มันช่างยากเย็นเหลือเกินที่เขาจะทำใจได้ครบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์

 

“คุณพ่อ...”  หญิงสาวเอ่ยเรียกบิดาของตนเองเสียงแผ่ว  แต่กระนั้นเธอก็รู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์คัดค้านใดๆได้อยู่แล้ว

 

การเจรจาเป็นไปอย่างต่อเนื่องเมื่อทางครอบครัวของหญิงสาวต้องการให้งานแต่งงานถูกจัดขึ้นโดยเร็วที่สุด  การแต่งงานจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่หน้าท้องของยูอีจะโตไปมากกว่านี้  เช่นนั้นทั้งสองครอบครัวจึงตกลงกันว่าการแต่งงานจะถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า  เป็นพิธีแต่งงานเล็กๆที่มีเพียงแค่ญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมแสดงความยินดีเท่านั้น

 

คริสถอนหายใจเบาๆขณะขับรถกลับจากบ้านของหญิงสาว  โดยมีพ่อกับแม่ของตนเองนั่งอยู่ที่เบาะหลังด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นเดียวกัน

 

“ตาคริส...”  หญิงวัยกลางคนเอ่ยเรียกลูกชายของตนเองเสียงแผ่ว  เจ้าของชื่อเหลือบมองกระจกหลังเล็กน้อยก่อนจะรับคำ

 

“ครับแม่”

 

“แม่เองก็ไม่อยากจะก้าวก่ายลูกนักหรอกนะ  แต่ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว...ชานยอลน่ะ...ชานยอลรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

 

“...รู้ครับ...”  ชายหนุ่มว่าเสียงเรียบ  “ผมเล่าความจริงให้เขาฟังทุกอย่าง...ชานยอลเขาเข้าใจดีครับแม่

 

“แต่ว่าลูกกำลังจะแต่งงาน...”  คนเป็นแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

 

“สำหรับเรื่องนั้นผมเองก็มีเกริ่นกับชานยอลเอาไว้แล้วเหมือนกัน  แต่ว่า...ถึงผมจะแต่งงานไป...มันก็เป็นแค่พิธีบังหน้าเท่านั้น  ผมตกลงกับยูอีว่าจะรับผิดชอบเรื่องเด็ก...ผมจะช่วยเธอดูแลลูก...โดยที่ผมไม่ได้เลิกรากับชานยอล”

 

“แต่แม่ว่าแบบนั้นมัน...”

 

“การแต่งงานมันคือความรับผิดชอบของผม”

 

“.....”

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...หัวใจของผมก็มีแค่ชานยอลคนเดียวเท่านั้นครับ”

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

การแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้ายังคงถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับ  ยูอีทำเรื่องดร็อปเรียนเอาไว้โดยตั้งใจว่าจะไม่ปริปากบอกใครว่าเธอหยุดพักการเรียนเอาไว้ทำไม  แต่กระนั้นหญิงสาวก็รู้ดีว่าเธอไม่สามารถปิดปากเงียบไปได้ตลอด  เธอมีเพื่อนและมีสังคมที่รอตั้งคำถามถ้าหากเธอเงียบหายไป  เช่นนั้นเธอจึงตัดสินใจบอกกล่าวกับเพื่อนสนิทว่าเธอมีปัญหาด้านสุขภาพจนต้องพักการเรียนเอาไว้เพื่อทำการรักษาให้หายดีเสียก่อน

 

วันนี้หญิงสาวเดินทางมาลองชุดแต่งงานที่ห้องเสื้อใหญ่แห่งหนึ่งพร้อมกับคริส  ยูอีใช้เวลาเลือกชุดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าไปลองสวมใส่ดูว่ามันพอดีกับตัวของเธอหรือไม่  ไม่ช้าร่างเพรียวระหงในชุดแต่งงานสีขาวสะอาดก็ก้าวออกมาจากห้องลองชุด  โดยมีว่าที่เจ้าบ่าวยืนรออยู่ด้านนอกห้องดังกล่าวนั้น

 

“ชุดนี้เหมาะกับเธอดีนะ”  คริสเอ่ยชมไปตามความจริง  เวลานี้หญิงสาวไม่ต่างไปจากนางฟ้าตนหนึ่งที่ลงมาเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์  สีขาวของชุดเจ้าสาวยิ่งขับให้เธอดูสวยสง่าอย่างไร้ที่ติ  ยูอียิ้มรับบางๆ  ก่อนจะมองสำรวจคนตรงหน้าและเอ่ยขึ้นบ้าง

 

“นายเองก็ดูดีเหมือนกันนะ”

 

“ขอบคุณ...ว่าแต่เธอจะเลือกชุดนี้หรือเปล่า?”

 

ด้านหญิงสาวที่ได้ยินคำถามนั้นจึงหันไปมองตนเองผ่านกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ  ยอมรับว่าเธอค่อนข้างชอบมันไม่น้อย  แต่เป็นเพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอต้องมาสวมใส่ชุดนี้มันทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าที่ควร  หญิงสาวได้แต่จ้องมองมันนิ่งๆด้วยแววตาอ่านยาก...ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

“แค่การแต่งงานบังหน้า...ชุดไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ...”

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

คริสขับรถมาที่คอนโดของชานยอลหลังจากขับรถไปส่งยูอีที่บ้านของเธอ  ชายหนุ่มก้าวลงจากรถก่อนจะขึ้นไปบนห้องของคนรักพร้อมกับถุงขนมที่ชานยอลชอบ  มือหนาแตะคีย์การ์ดเข้าที่ประตูก่อนจะผลักมันให้เปิดออกกว้าง  เผยให้เห็นเจ้าของห้องที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนดูหนังอยู่บนโซฟาด้วยดวงตาที่หรี่ปรือเต็มที

 

“อ้าว...ทำไมมาไวจัง”  ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจขณะเหลือบมองไปยังนาฬิกาบนผนังห้อง

 

“คิดถึงคนแถวนี้ก็เลยรีบมาน่ะสิ”  สิ้นคำนั้นชานยอลก็เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย  ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งดีๆโดยมีร่างสูงเดินมาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ

 

“ฉันซื้อของโปรดของนายมาให้ด้วย...เห็นวันก่อนบ่นว่าอยากกินนี่นา”

 

“ดีจัง...ขอบคุณนะ”  ชานยอลว่าพลางส่งยิ้มน่ารักให้  ก่อนจะลงมือหยิบกล่องขนมเค้กรสชาเขียวที่เขาชอบออกมาจากถุง  คริสลุกจากโซฟาและเดินไปเข้าไปในครัวเพื่อหยิบจานกับช้อนมาให้อย่างพร้อมสรรพ  ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกระจกใสที่มีเค้กชาเขียวหน้าตาน่ากินวางตั้งเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว

 

ชานยอลตักเค้กที่ถูกตัดแบ่งเป็นเสี้ยวเอาไว้แล้วออกมาหนึ่งชิ้น  ก่อนจะปิดฝากล่องให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนหน้า  มือบางใช้ช้อนตัดเค้กในจานให้เป็นชิ้นพอดีคำ  ก่อนจะตักมันขึ้นมาและยื่นไปตรงหน้าคนรักที่นั่งอยู่ข้างๆกัน

 

“อ้าปากเร็ว”  ชายหนุ่มอ้าปากรับเนื้อเค้กนุ่มลิ้นเข้าไปอย่างว่าง่าย  ชานยอลอมยิ้มบางก่อนจะตักเข้าปากตัวเองบ้าง  พวกเขากินของอร่อยกันไปพร้อมกับพูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย  ก่อนที่ชานยอลจะถามถึงธุระที่อีกฝ่ายไปทำมาในวันนี้

 

“ไปลองชุดเจ้าบ่าวมาเป็นยังไงบ้างล่ะ”

 

“ก็งั้นๆแหละ”

 

“อีกเดี๋ยวก็จะถึงกำหนดวันแต่งงานแล้ว...ฉันควรรีบไปหาสูทดีๆสักตัวซะแล้วสิ”

 

“เฮ้...นายจะไปงานแต่งของฉันจริงๆน่ะเหรอคนดี”

 

“อือฮึ...ทำไมล่ะ”

 

“ก็...ไม่รู้สิ...มันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสักหน่อย”

 

“ฉันรู้”

 

“ที่ฉันถามก็เพราะฉันเป็นห่วงความรู้สึกของนาย...เพราะถ้าเป็นฉันฉันก็คงไม่ไป...ถามจริงเถอะคนดี...นายทำใจได้เหรอที่เห็นฉันแต่งงานกับคนอื่น...”

 

“ไม่ได้หรอก”  ชานยอลตอบกลับทันควัน  ดวงตากลมโตหลุบลงต่ำก่อนจะช้อนขึ้นมองคนข้างกายอีกครั้ง  “...แต่เพราะฉันเชื่อใจนาย...ฉันถึงได้ตัดสินใจว่าจะไปยังไงล่ะ...”

 

“.....”

 

“เพียงแค่นายรักฉัน...การแต่งงานนั่นมันทำร้ายความรู้สึกของฉันไม่ได้หรอก”

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

งานแต่งงานระหว่างคริสกับยูอีถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่โบสถ์แห่งหนึ่ง  โดยแขกผู้มาร่วมงานของฝ่ายหญิงมีเพียงแค่ญาติสนิทมิตรสหายใกล้ตัวเท่านั้น  ซึ่งด้านเจ้าบ่าวเองก็ไม่ต่างกัน...คริสไม่ได้ปริปากบอกเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเลยแม้แต่คนเดียวว่าเขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน  เช่นนั้นนอกจากพ่อกับแม่และญาติอีกสองสามคน  จึงมีเพียงแค่ชานยอลเท่านั้นที่มาร่วมงานแต่งงานในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว

 

ชานยอลเดินทางมาถึงบริเวณสถานที่จัดงานก่อนพิธีการจะเริ่มขึ้นราวหนึ่งชั่วโมงเศษ  ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆบริเวณที่มีผู้คนเริ่มทยอยมากันบ้างแล้วจำนวนหนึ่ง  ก่อนจะผละไปมองหาเจ้าบ่าวของวันนี้ที่ส่งข้อความมาบอกเขาว่าเจ้าตัวเดินทางมาถึงได้สักพักใหญ่ๆแล้ว

 

“ชานยอลจ๊ะ”  เสียงหวานที่ดังขึ้นจากด้านหลังเรียกให้คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงหันกลับไปมองตามเสียงนั้น  ก่อนจะพบว่าเป็นพ่อกับแม่ของคนรักที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล  เมื่อเห็นดังนั้นร่างบางจึงรีบก้าวไปหาพวกท่านในทันที

 

“คุณพ่อ...คุณแม่...สวัสดีครับ”  ชานยอลเอ่ยทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความคุ้นเคย  ตลอดระยะเวลาที่เขากับคริสคบหากันชานยอลมีโอกาสได้พบเจอกับพวกท่านอยู่บ่อยครั้ง  เพราะพวกท่านมักจะชวนเขาไปกินข้าวที่บ้านด้วยกันอยู่เสมอ  และนั่นทำให้ชานยอลสนิทสนมกับคุณพ่อคุณแม่ของคริสเป็นอย่างดี

 

“สวัสดีจ้ะ...พอดีช่วงนี้พ่อกับแม่ยุ่งๆเรื่องงานแต่งของตาคริสก็เลยไม่ได้เจอเราเลย  เป็นยังไงบ้างลูก”

 

“ก็สบายดี...ล่ะมั้งครับ”

 

“เหรอจ๊ะ  อ่า...ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นน่ะ...ถึงตาคริสจะบอกว่าชานยอลเข้าใจดี  แต่พ่อกับแม่รู้สึกไม่สบายใจเลยที่เรื่องทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้...”  หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดี  เพราะสิ่งที่คริสทำผิดพลาดไปทำให้เธอกับสามีแทบไม่ต่างจากคนน้ำท่วมปาก  ได้แต่ก้มหน้ายอมรับข้อเสนอราวกับถูกมัดมือชกก็ไม่ปาน  ครั้นจะปฏิเสธการแต่งงานก็ดูจะใจร้ายกับเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย

 

ชานยอลได้ยินแม่ของคนรักเอ่ยออกมาแบบนั้นก็หลุบตาลงเล็กน้อย  สำหรับเรื่องราวน่าปวดหัวที่เกิดขึ้นเขาเข้าใจดีทุกอย่าง  บางครั้งความผิดพลาด...มันก็ไม่สามารถแก้ไขได้เสมอไป  เช่นนั้นผลลัพธ์จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันถึงได้ออกมาในรูปแบบนี้

 

“คุณพ่อคุณแม่อย่าคิดมากเลยนะครับ...ผมรู้ดีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่มีใครอยากให้เกิด  ไม่ว่าจะคริสหรือยูอีก็ตาม...พวกเขาคงเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไปมากพอแล้ว”

 

“.....”

 

“ผมจะไม่โทษว่ามันเป็นความผิดของใคร  ผมรู้ว่าคริสรักผมมากแค่ไหน...ผมถึงพร้อมที่จะให้อภัยเขาในสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป  และมันคงเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับเขาเลยทีเดียว...เพราะมันเป็นความผิดพลาดที่ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากยอมรับมัน

 

“นั่นสินะ...”  ชายวัยกลางคนพึมพำเสียงเบา  “เห็นชานยอลเข้าใจเจ้าคริสแบบนี้พ่อค่อยรู้สึกสบายใจหน่อย  พ่อกับแม่กังวลอยู่ตั้งนานว่าทั้งสองคนจะเลิกรากันหรือเปล่า  ถึงจะถามเจ้าคริสสักกี่ครั้งก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี”

 

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ  ผมเข้าใจดีว่ามันคือสิ่งที่คริสต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองก่อขึ้นมา”

 

“เฮ้อ...ได้ยินจากปากชานยอลแบบนี้พ่อกับแม่ก็เบาใจแล้วล่ะ”

 

ชานยอลส่งยิ้มบางให้พ่อกับแม้ของคนรักอย่างจริงใจ  ถึงแม้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันจะเป็นเรื่องยากที่จะทำใจ  แต่เป็นเพราะเขาเชื่อใจคริส...เชื่อในความรักที่อีกฝ่ายมีให้กับเขา...ไม่ว่าจะต้องเจอเรื่องราวแย่ๆอีกสักเท่าไหร่...เขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากคริสไปเป็นอันขาด

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

พีธีแต่งงานเป็นไปตามลำดับขั้นตอนอย่างไม่รีบร้อน  ชานยอลในชุดสูทสุภาพยืนนิ่งอยู่ข้างๆพ่อกับแม่ของคนรักในขณะที่บาทหลวงกำลังกล่าวนำพิธีอยู่เบื้องหน้า  ชานยอลเคยคิดว่าแค่คริสรักเขา...การแต่งงานที่เกิดขึ้นมันคงทำให้เขารู้สึกแย่ไม่ได้  หากแต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆมันกลับตรงกันข้าม...เวลานี้เขาทั้งรู้สึกอึดอัดและปวดใจจนแทบทนไม่ไหว  ชานยอลได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเขามาทำอะไรที่นี่

 

ชานยอลรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองมันเต้นช้าลงยามที่คู่บ่าวสาวกำลังสวมแหวนแต่งงานให้กัน  แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นแค่การแต่งงานที่เกิดขึ้นเพราะความรับผิดชอบ  แต่เขาก็อดรู้สึกปวดใจกับภาพเบื้องหน้าไม่ได้อยู่ดี

 

“เชิญเจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวได้”  เสียงของบาทหลวงดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ  ชานยอลเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้าก่อนจะปล่อยให้น้ำตารินไหลลงมาเงียบๆโดยไร้เสียงสะอื้น  เขากำลังรู้สึกแย่เขารู้ตัวเองดี  แต่ชานยอลก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าปล่อยให้น้ำตารินไหลลงมาอย่างเงียบงันเท่านั้น

 

หลังจากพิธีแต่งงานเสร็จสิ้นลงแล้วชานยอลก็รีบปลีกตัวกลับคอนโดของตัวเองในทันที  เขาทำเพียงแค่เอ่ยลากับพ่อแม่ของคริสสั้นๆก่อนจะรีบเดินออกมาจากสถานที่แห่งนั้น  เพราะเขาไม่สามารถทนอยู่ที่นั่นได้นานกว่านี้จริงๆ

 

ชานยอลทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก  ชานยอลหลับตาลงและปล่อยให้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านั้นจมดิ่งลงไปจนลึกสุดหัวใจ  ไม่ช้าเสียงโทรศัพท์มือถือก็แผดเสียงร้องขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ  ชานยอลล้วงหยิบมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทก่อนจะพบว่าเป็นคริสที่โทรเข้ามา  ริมฝีปากอิ่มเผลอเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกอึดอัด  ก่อนจะปล่อยให้มันส่งเสียงร้องอยู่แบบนั้นโดยที่ไม่ได้กดรับสายแต่อย่างใด

 

ชานยอลรู้ว่าตัวเองกำลังงี่เง่า...แต่ตอนนี้เขาแค่ต้องการเวลาจัดการความรู้สึกของตัวเองมันก็เท่านั้น

 

เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงที่ชานยอลได้แต่นอนนิ่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่แบบนั้น  กระทั่งเสียงกุกกักที่ประตูดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน  ชานยอลจึงหันไปมองดูก่อนจะพบว่าเป็นคริสที่เปิดประตูห้องเข้ามา  ร่างบางหยัดตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำ  กระทั่งหางตามองเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

 

“รับสายกันหน่อยสิ...ฉันเป็นห่วงนะ”

 

“ขอโทษ...ฉันแค่...”

 

“ไม่เป็นไร...ไม่ต้องขอโทษหรอก...คงรู้สึกแย่ล่ะสิใช่มั้ย?”  ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นอย่างรู้ทัน  ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆและดึงร่างบางเข้ามากอดเอาไว้แน่น  “...เพราะฉันรู้ว่านายจะรู้สึกไม่ดี...ฉันถึงไม่อยากให้นายไปงานแต่งของฉันไงล่ะคนดี”

 

“...อื้อ...”

 

“อยากร้องไห้หรือเปล่า?”

 

ชานยอลส่ายหน้าไปมาเบาๆในอ้อมกอดของอีกฝ่าย  คริสลูบศีรษะร่างในอ้อมแขนเบาๆอย่างต้องการปลอบประโลม...ก่อนจะแต้มจุมพิตแผ่วเบาลงบนขมับของอีกฝ่ายด้วยความรักใคร่

 

ชานยอลคิดว่าตอนนี้ทั้งเขาและคริสไม่ต่างอะไรจากการยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน  มันทั้งว้าเหว่และหนาวเหน็บไปจนสุดขั้วหัวใจ  ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดพายุขนาดใหญ่...ที่พร้อมจะเป็นอุปสรรคพัดพาให้พวกเราห่างกันออกไปถ้าหากเราสองคนจับมือกันไม่แน่นพอ  ซึ่งชานยอลไม่ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้นเลยสักนิด...เขาไม่อยากแยกห่างจากคริสเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

ชานยอลกอดตอบอีกฝ่ายแน่น...ให้ไออุ่นที่ได้รับจากคนของหัวใจค่อยๆชำระล้างความรู้สึกแย่ๆออกไปให้หมดสิ้น  พวกเขานั่งกอดกันเงียบๆโดยที่ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา...ปล่อยให้เวลาหมุนผ่านไปพร้อมกับพัดพาความรู้สึกแย่ๆในหัวใจให้จางหายไป

 

ชานยอลได้แต่หวังว่าสักวัน...สายฝนเหล่านั้นจะหยุดตกลงมาเสียที...

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

อย่าลืมคอมเมนต์/สกรีม #bittersweet_ky เพื่อเป็นกำลังใจให้คนแต่งกันด้วยนะคะ ^ ^

 

 

 

 

 

 




#19992 Bittersweet (1/4)

Posted by THE E11EVEN ♠ KY on 06 April 2019 - 12:26 PM

SF : Bittersweet

Author : Yeolly Wu

Chapter : 01

 

แท็ก #bittersweet_ky

 

 

 

 

ชั่วโมงเรียนอันแสนยาวนานสิ้นลงเมื่ออาจารย์ผู้สอนก้าวออกไปจากห้อง  ชายหนุ่มจัดการเก็บอุปกรณ์การเรียนลงกระเป๋าเป้ใบโปรดอย่างรีบเร่ง  วันนี้เป็นวันครบการคบกันของเขากับคนรักที่คบหากันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง...จวบจนวันนี้ที่พวกเขาทั้งคู่ต่างก็อยู่ชั้นปีที่สามแล้ว  แต่กระนั้นความรักที่เราสองคนมีให้กันมันกลับไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

 

หลังจากเก็บของลงกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ชายหนุ่มก็เอ่ยลาเพื่อนร่วมห้องที่สนิทกันก่อนจะสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องเรียน  ขายาวก้าวตรงไปยังลานจอดรถที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ให้  ดวงตาคมมองตรงไปยังรถของตนเองที่จอดอยู่ห่างออกไปไม่ไกล  ก่อนจะต้องชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงจากคนคนหนึ่งที่ดังขึ้นจากด้านหลัง

 

“คริส...”

 

ชายหนุ่มค่อยๆหันกลับไปมองเจ้าของเสียงเรียกนั้น  เขาคิดว่าเขาสามารถจดจำน้ำเสียงนั้นได้ดี...และมันก็ใช่อย่างที่คิด...

 

เพราะว่า  ‘คิมยูอี’  กำลังยืนอยู่ตรงนั้น

 

คริสจ้องมองหญิงสาวที่กำลังมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก  ดวงหน้าสวยหวานที่เคยเปล่งปลั่งอย่างคนสุขภาพดีบัดนี้มันกลับซีดเซียวไม่ต่างจากคนป่วย  เขาสังเกตเห็นว่าเธอหายหน้าหายตาขาดเรียนไปทั้งอาทิตย์  แม้กระทั่งวันนี้เขาก็ไม่เห็นเธอในห้องเรียน  และนั่นทำให้เขาคาดเดาได้ไม่ยากว่าเธอคงมาที่มหาลัยในวันนี้เพื่อดักรอเขาซะมากกว่า

 

จู่ๆหัวใจของเขากลับเต้นช้าลงอย่างน่าประหลาด...ราวกับจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นอย่างไรกระนั้น

 

“...คริส...”

 

“.....”

 

“ฉันมีเรื่องที่อยากจะคุยกับนาย...เรื่องเมื่อสองเดือนก่อนน่ะ...”

 

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

 

คริสทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวยาวภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง  ก่อนที่หญิงสาวที่เดินทางมาด้วยกันจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆโดยเว้นระยะห่างเอาไว้อย่างเหมาะสม  หลังจากที่ได้ยินประโยคสุดท้ายจากปากของยูอี...ชายหนุ่มก็ตัดสินใจพาเธอมาหาที่เงียบๆคุยกันซึ่งนั่นก็คือที่สวนสาธารณะแห่งนี้

 

ความเงียบโรยตัวลงมากลืนกินพวกเขาทั้งคู่จนชวนให้รู้สึกอึดอัด  คริสเหลือบมองหญิงสาวที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลาด้วยความรู้สึกวูบโหวงในหัวใจ  เท่าที่ดูจากคำพูดของเธอและสีหน้าของเธอ...ทั้งสองสิ่งนั้นมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกกังวลระคนตื่นกลัวไปในเวลาเดียวกันอย่างห้ามไม่ได้

 

“คริส...”  หญิงสาวเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา  ก่อนจะค่อยๆหันไปมองสบตากับเจ้าของชื่อนั้นด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยม่านน้ำตา  “...ฉันท้อง...”

 

“.....!!!”  คริสนิ่งอึ้งไปด้วยความตกใจ  ถ้อยคำกล่าวนั้นทำให้ภาพเหตุการณ์เมื่อสองเดือนก่อนย้อนกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้

 

ทำไมกัน...ไม่เคยคิดเลยจริงๆว่าความผิดพลาดแค่ครั้งเดียวจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นได้ถึงเพียงนี้...

 

“...ฉันขอโทษ...ฉันผิดเองที่ไม่ได้กินยาคุม...ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้...ฉัน...”

 

“หยุดเถอะ...”  ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเครียด  “เธออย่าโทษตัวเองแบบนั้นเลยยูอี  ถ้าจะผิด...เราต่างก็ผิดด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ”

 

“ฉัน...ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี  จู่ๆรอบเดือนของฉันมันก็ขาดไป   ฉันก็เลยตัดสินใจไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาเช็คดู...ผลของมันบอกว่าฉันกำลังตั้งท้อง  ตอนนั้น...มันมืดแปดด้านไปหมด  ฉันไม่กล้าบอกพ่อกับแม่...ฉันไม่กล้าสู้หน้าใครเลยจนต้องขาดเรียนไปทั้งอาทิตย์...”

 

“.....”

 

“ฉันรู้ว่าฉันหนีมันไปตลอดไม่ได้...สักวันท้องของฉันมันจะต้องใหญ่ขึ้น  ฉันไม่รู้ว่าฉันจะต้องทำยังไงต่อไป...แต่ฉันคิดว่าฉันควรจะมาปรึกษานายก่อน”

 

“.....”

 

“หรือว่าฉัน...ฉันควรจะเอาเด็กออก...”

 

“เธอจะทำแบบนั้นไม่ได้นะยูอี!”  ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจที่อีกฝ่ายคิดจะทำเรื่องแบบนั้น  “...เด็กคนนั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย...เธอจะไปทำร้ายเขาแบบนั้นไม่ได้นะ”

 

“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง...ถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าฉันท้องฉันต้องตายแน่ๆ”

 

“มันต้องมีทางอื่นสิ”  ชายหนุ่มว่าเสียงเครียด  ดวงตาคมจ้องมองหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม  เขาเข้าใจดีว่าเธอกำลังรู้สึกยังไง  เพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นคนที่เสียหายมากที่สุดก็คือเธอ...ไม่ใช่เขา

 

คริสกัดริมฝีปากของตนเองอย่างเครียดๆ  ชายหนุ่มรู้ดีว่าเขาควรจะต้องทำยังไงต่อไป  ฉับพลันใบหน้าของคนที่เขารักสุดหัวใจก็ผุดขึ้นมาในสมอง  ใช่...เขารักชานยอล...รักยิ่งกว่าอะไรในโลกใบนี้  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จำต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองก่อด้วยเช่นเดียวกัน

 

บางครั้ง...ชีวิตก็ไม่ได้มีทางเลือกให้เขามากถึงขนาดนั้น

 

“ฉันจะรับผิดชอบเอง”  อี้ฝานเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ  ดวงตาคมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวด้วยความมุ่งมั่น  “ฉันจะเป็นคนพูดกับพ่อแม่ของเธอเอง...ในเมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นฉันเองก็ผิดด้วยเหมือนกัน...ฉันยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง”

 

“แล้วแฟนของนาย...”  หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา  เธอทราบดีว่าคริสมีคนรักอยู่แล้ว  และทั้งสองคนก็รักกันมากเสียด้วย  และนั่นทำให้เธอเองรู้สึกเครียดมากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อรู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์

 

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก...ฉันจะคุยกับชานยอลเอง  ฉันจะบอกเขาตรงๆสำหรับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น”

 

“...แต่ฉันไม่สบายใจเลย...ฉันกลัวว่าชานยอลจะโกรธนาย  ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้พวกนายเลิกรากัน  แค่นายช่วยรับผิดชอบเรื่องเด็กในท้องมันก็มากเกินพอแล้ว...ฉันไม่อยากทำให้นายลำบากไปมากกว่านี้เลย”

 

“เธออย่าคิดมากเลยยูอี...ทำใจให้สบายเถอะ...ฉันเชื่อว่าชานยอลจะต้องเข้าใจ”

 

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

 

หลังจากขับรถไปส่งยูอีที่บ้าน...คริสก็เดินทางมาที่คอนโดของชานยอลในเวลาต่อมา  ชายหนุ่มจอดรถไว้ที่ลานจอดรถใต้คอนโดก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม  เขาได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง  เขาจะต้องพูดอย่างไรให้ชานยอลเข้าใจ...เขาควรจะทำยังไงเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเราให้คงอยู่เอาไว้  ในเมื่อความรักกับความรับผิดชอบมันคือสิ่งที่มักจะสวนทางกันอยู่เสมอ

 

เขารู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องใหญ่...เขาได้แต่หวังว่าชานยอลจะเข้าใจ...เพราะเขาไม่ต้องการเลิกรากับอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ชายหนุ่มตัดสินใจก้าวลงจากรถ  ก่อนจะอาศัยลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องของคนรักที่อยู่สูงขึ้นไปบนตึกแห่งนี้  แต่ละวินาทีที่ผันผ่านมันช่างยาวนานยิ่งนักในความรู้สึกของเขา  ชายหนุ่มไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าผลลัพธ์ของสิ่งที่เขาจะบอกกับชานยอลในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้ามันจะออกมาเป็นอย่างไร  แต่ไม่ว่ามันจะออกมาดีหรือร้าย...เขาก็จำต้องยอมรับมันให้ได้

 

มือหนาแตะคีย์การ์ดเข้าที่ประตูก่อนที่มันจะถูกเปิดออกในไม่ช้า  ชายหนุ่มสอดตัวเข้าไปด้านในก่อนจะปิดประตูตามหลังอย่างเบามือ  ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆห้องกว้างที่ไร้วี่แววการมีอยู่ของเจ้าของห้อง  กระทั่งได้ยินเสียงกุกกักที่ดังลอดออกมาจากห้องครัว  ชายหนุ่มจึงคาดเดาว่าชานยอลคงจะอยู่ในนั้น

 

ขายาวก้าวไปยังห้องครัวที่ว่านั่น...ก่อนจะพบกับร่างผอมบางที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการเคี่ยวซุปในหม้ออย่างขะมักเขม้น  เสียงฮัมเพลงเบาๆจากอีกฝ่ายพาให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้  ชายหนุ่มค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นด้วยความเงียบเชียบ  ก่อนจะโอบกอดร่างผอมบางจากด้านหลังอย่างไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว  และนั่นทำให้เจ้าของเรือนกายนุ่มนิ่มสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ  ก่อนจะรีบหันไปมองเจ้าของท่อนแขนแกร่งที่กำลังโอบรอบเอวของเขาอยู่ในทันที

 

“คริส!  โธ่...ตกใจหมดเลย...”

 

“ขี้ตกใจนะเราเนี่ย”

 

“อยู่ๆมากอดแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้  เป็นใครก็ตกใจกันทั้งนั้นแหละ!”

 

“ฮ่าๆ...ว่าแต่เหลืออาหารอะไรที่ยังทำไม่เสร็จบ้างล่ะ...ให้ช่วยเป็นลูกมือมั้ย?”

 

“เรียบร้อยหมดแล้วล่ะ  เหลือแค่เคี่ยวซุปอีกหน่อยก็เสร็จแล้ว  ว่าแต่นายเถอะ...ทำไมมาช้าจัง  เลิกเรียนตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?”  ชานยอลว่าพลางเหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้อง  เพราะวันนี้เขามีเรียนแค่ช่วงเช้าก็เลยกลับมาถึงห้องตั้งแต่ตอนบ่าย  ไม่ได้รอกลับด้วยกันเหมือนอย่างเคย

 

“อ่า...พอดีติดธุระนิดหน่อยน่ะ”  คริสว่าเสียงเบาอย่างคนมีอะไรในใจ  ซึ่งชานยอลที่คบหากับอีกฝ่ายมาเนิ่นนานก็พอจะจับความรู้สึกนั้นได้

 

“เหรอ...งั้นนายไปจัดโต๊ะเถอะ...จะได้กินข้าวกัน”  ชานยอลว่ายิ้มๆก่อนจะหันไปจัดการเคี่ยวซุปในหม้อต่อ  สีหน้าไม่สู้ดีของคนรักเมื่อครู่นี้ยังคงตกผลึกอยู่ในก้อนความคิดของเขา  และมันสร้างความสงสัยให้กับชานยอลอย่างห้ามไม่ได้

 

หลังจากเคี่ยวซุปจนได้ที่  ชานยอลก็จัดการตักมันใส่ชามและนำมาวางไว้บนโต๊ะที่มีอาหารหลากหลายอย่างวางรออยู่ก่อนแล้ว  ถึงแม้จะเป็นวันครบรอบสามปีของพวกเราก็จริง...แต่พวกเราก็มีความสุขกับการทานอาหารด้วยกันเงียบๆภายในห้องมากกว่าจะออกไปเฉลิมฉลองที่ไหน  สำหรับชานยอลแล้วแค่มีคริสอยู่ข้างๆ...ไม่ว่าจะที่ไหนและเมื่อไหร่เขาก็มีความสุขทั้งนั้น

 

ทั้งสองคนนั่งกินอาหารมือเย็นด้วยกันเงียบๆ  ชานยอลรู้สึกได้ว่าคนรักของตัวเองดูเงียบผิดปกติไปจากที่เคย  บวกกับสีหน้าไม่สู้ดีที่ได้เห็นก่อนหน้านี้...ชานยอลคิดว่าอีกฝ่ายคงมีเรื่องไม่สบายใจอะไรบางอย่างกระมัง

 

“คริส...”

 

“หืม?”

 

“ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็เล่าให้ฉันฟังได้นะ”

 

“.....”

 

“ถึงนายจะไม่ได้พูดมันออกมา...แต่แค่มองหน้านายฉันก็รู้แล้วว่านายกำลังทุกข์ใจจากอะไรบางอย่าง...”  ชานยอลว่าพลางส่งยิ้มน้อยๆให้อีกฝ่ายอย่างเป็นกำลังใจ  “...อย่าลืมสิว่าเราเป็นคนรักกัน...ไม่ว่าจะเรื่องอะไรฉันก็ยินดีรับฟังทุกอย่าง  ถ้าหากมันทำให้นายอึดอัดใจก็ระบายออกมาเถอะ...”

 

เมื่อได้ยินร่างบางว่าเช่นนั้นชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาแรงๆด้วยความกลัดกลุ้ม  คริสนึกสมเพชตัวเองที่ไม่สามารถกักเก็บความทุกข์ใจเอาไว้ได้จนมันแสดงออกทางสีหน้าโดยที่ไม่รู้ตัว

 

“สีหน้าฉันมันฟ้องขนาดนั้นเลยเหรอ...”  คริสว่าพลางแค่นหัวเราะอย่างสมเพชตัวเอง  ความเครียดค่อยๆก่อตัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อเขากำลังจะบอกความจริงที่เกิดขึ้นกับคนที่เขารักสุดหัวใจ  “...ชานยอล...ฉัน...”

 

“.....”

 

“ฉันทำผู้หญิงคนหนึ่งท้อง...”

 

เคร้ง!

 

คำกล่าวนั้นพาให้คนฟังรู้สึกมือไม้อ่อนแรงขึ้นมาดื้อๆ...เผลอทำช้อนร่วงหล่นจากมือจนมันตกกระทบกับจานและบังเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องกว้าง  ชานยอลอยากจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไป...แต่ประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่มันก็ชัดเจนจนเกินกว่าที่เขาจะหลอกตัวเองแบบนั้น

 

ชายหนุ่มจ้องมองสีหน้าตกใจของคนรักด้วยแววตารู้สึกผิด  เขาไม่อยากทำให้บรรยากาศดีๆในวันครบรอบสามปีของเราต้องสูญเปล่าเลยสักนิด  แต่เขาก็ไม่มีเวลามากนักเนื่องจากเขาต้องรีบไปพูดคุยกับพ่อแม่ของตัวเองให้เป็นกิจจะลักษณะ  เพื่อให้เตรียมรับมือสำหรับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง  แน่นอนว่าการรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่ใหญ่หลวงนัก  เขาอาจจะถูกพ่อของยูอีซัดซักหมัดสองหมัดข้อหาทำลูกสาวของท่านท้องทั้งที่ยังเรียนไม่จบ  หรือบางทีเขาอาจจะถูกจับแต่งงานก็ได้ใครจะไปรู้  เพราะเหตุนั้นเขาจึงจำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ชานยอลฟังด้วยความบริสุทธ์ใจ

 

เพราะถึงอย่างไร...ชานยอลก็คือคนที่เขารักที่สุดในหัวใจเพียงหนึ่งเดียวตลอดมา

 

“ผู้หญิงคนนั้นคือเพื่อนร่วมห้องของฉันเอง...เมื่อสองเดือนก่อนที่ฉันกับเพื่อนๆไปเที่ยวด้วยกันยกห้อง  วันนั้นพวกเราดื่มกันหนักมากจริงๆ...ไม่ใช่แค่ฉันและยูอีที่เมาหนัก...คนอื่นๆก็ด้วยเหมือนกัน”

 

“.....”

 

“ฉันจำได้ว่าถูกใครสักคนหามจากริมหาดเข้าไปนอนในห้อง  แต่ฉันก็เมามายจนเกินกว่าจะรู้ได้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร  ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนั้นคนเดียวหรือเปล่า...แต่พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้าฉันกลับพบว่าคนที่นอนอยู่ข้างๆฉันคือยูอี...โดยที่พวกเราไม่มีเสื้อผ้าติดตัวเลยสักชิ้น  ฉันอยากจะคิดในแง่ดีว่าเราแค่เมาแล้วเผลอถอดเสื้อผ้าเพราะร้อน...แต่มันก็คงจะเป็นการหลอกตัวเองมากเกินไปหน่อย  ขอโทษที่ฉันต้องพูดแบบนี้...แต่หลักฐานทุกอย่างมันบ่งชี้ว่าฉันกับเธอเราทำเรื่องแบบนั้นลงไปจริงๆ”

 

“.....”

 

“ฟังดูมันอาจจะเป็นการแก้ตัว...แต่ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ  ฉันไม่ได้ต้องการให้มันเกิดขึ้น  มันเป็นเพราะความผิดพลาดทั้งนั้น  ทั้งฉันและเธอเราเลยตัดสินใจว่าจะไม่พูดถึงมันอีก  จนกระทั่งวันนี้...เธอมาดักรอฉันที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย...และบอกกับฉันตรงๆว่าผลจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นมันทำให้เธอตั้งท้อง...”

 

“.....”

 

“ขอโทษที่ฉันไม่ได้บอกความจริงกับนายตั้งแต่ตอนนั้น...ฉันอยากจะลืมมันไปด้วยซ้ำว่าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น  แต่ฉันก็หนีความจริงไม่พ้น...เพราะความผิดพลาดครั้งนั้นทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาอย่างคาดไม่ถึง”  ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่  ดวงหน้าคมคายฉายแววทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด  “ยูอีบอกกับฉันว่าจะเอาเด็กออก...แต่ฉันก็ห้ามเธอเอาไว้  เพราะถึงอย่างไรเด็กคนนั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรด้วย  เขาไม่ควรจะต้องถูกทำร้ายเพราะความผิดพลาดของพวกเรา...เพราะแบบนั้นฉันก็เลยทำข้อตกลงกับเธอว่าจะรับผิดชอบเด็กในท้อง...ฉันคิดว่านั่นคือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว”

 

“.....”

 

“นี่คือเรื่องจริงทั้งหมดที่ฉันอยากจะบอกนาย...ได้โปรดเชื่อฉันเถอะนะชานยอลว่าฉันไม่ได้ต้องการให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้...มันเป็นความผิดพลาดที่ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น  ฉันอยากให้นายเข้าใจว่าถึงฉันจะรักนายมาก...แต่สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นฉันเองก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน”

 

“.....”

 

“ฉันจะเดินทางไปพบพ่อกับแม่ของยูอีเร็วๆนี้  ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ฉันควรทำ...เพราะถึงอย่างไรยูอีก็เป็นคนที่เสียหาย  ฉันไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ของยูอีจะว่ายังไงบ้าง  แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม...คนที่ฉันรักก็คือนาย...แค่ปาร์คชานยอลคนเดียวเท่านั้น”  ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง  ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้าอย่างต้องการยืนยันในคำพูดของตัวเอง  “ถึงมันจะฟังดูเห็นแก่ตัว...แต่ว่าขอร้องล่ะ...อย่าเลิกกับฉันเลยได้มั้ย...”

 

ชานยอลเม้มริมฝีปากแน่น  เรื่องราวที่ได้ยินจากปากคนรักมันช่างน่าตกใจเสียยิ่งกว่าอะไรดี  ทว่าชานยอลนั้นรู้ดีว่าคริสรักเขามากขนาดไหน  เช่นนั้น...ในทุกๆถ้อยคำที่อีกฝ่ายกล่าวออกมาชานยอลจึงคิดว่ามันไม่ใช่ข้อแก้ตัวแต่อย่างใด  คริสเพียงแค่ต้องการสารภาพผิดกับเขาอย่างบริสุทธิ์ใจมันก็เท่านั้น

 

ต่อให้ใครจะบอกว่าเขาเป็นคนโง่ก็ช่างประไร...เพราะชานยอลเชื่อว่าคริสไม่ได้ต้องการให้เรื่องทุกอย่างมันออกมาเป็นแบบนี้จริงๆ

 

“ฉันเข้าใจ...ฉันรู้ว่านายไม่อยากให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น  แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วสิ่งที่เราต้องทำก็คือการหาทางออกร่วมกัน  เท่าที่ฟังดูข้อตกลงของนายกับเธอมันอาจจะไม่มีอะไรซับซ้อน  แต่ทางด้านผู้ใหญ่ล่ะ...ฉันว่ามันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ”

 

“อืม...ฉันเองก็ไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง...บางทีถ้าทางผู้ใหญ่รู้เข้าฉันอาจจะถูกจับแต่งงานก็ได้”  คริสเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักใจ  ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะรับผิดชอบเรื่องเด็ก...การถูกจับแต่งงานจึงไม่ใช่เรื่องที่อยู่ไกลเกินเอื้อมเลยสักนิด  “แต่ว่า...ต่อให้ในอนาคตฉันจะถูกจับแต่งงานอย่างที่ว่าจริงๆ...แต่รู้ใช่มั้ยว่าคนที่ฉันรักก็คือนาย...แค่นายคนเดียวเท่านั้น”

 

“.....”

 

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...เชื่อใจฉันได้หรือเปล่า”  คริสมองสบตากับอีกฝ่ายพร้อมทั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอน  ชานยอลเผลอเม้มริมฝีปากนิดอย่างชั่งใจ...ว่ากันตามตรงเขาไม่ได้รู้สึกคลางแคลงใจในความรักที่คริสมีให้กับเขาเลยแม้แต่น้อย  หากแต่ชานยอลกำลังกังวลในเรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึงเสียมากกว่า  เขาเพียงแต่กังวลว่าการที่เขากับคริสยังคงคบหากันต่อไปมันจะส่งผลกระทบอะไรต่อเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรด้วยมากน้อยแค่ไหน...และเขาได้แต่หวังว่ามันจะเป็นไปในทางที่ดี

 

“.....”

 

“.....”

 

“ฉันเชื่อใจนาย”

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

เรื่องแรกของโปรเจค #7yearswithkrisyeol มาแล้วค่ะ

อย่าลืมแสดงความเห็นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แต่งด้วยนะคะ ไม่ได้เป็นสมาชิกบอร์ดบ้านก็สามารถแสดงความเห็นได้น้า

ส่วนแท็กสกรีมเรื่องนี้ใช้แท็ก #bittersweet_ky นะคะ

 

ขอบคุณค่ะ




#4 Rules & Regulations

Posted by THE E11EVEN ♠ KY on 13 October 2012 - 01:28 PM

Rule & Annoucement

กฎและข้อตกลงของบ้าน


1) บ้านหลังนี้เป็นบ้านคู่ของ Kris Chanyeol (KrisYeol) เท่านั้น

2) การพูดคุย,สอบถาม,คอมเม้นท์แสดงความคิดเห็น กรุณาใช้ภาษาสุภาพและถูกต้องตามหลักภาษาไทย รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติ

3) งดการพาดพิงหรือการกระทำใดๆ ที่อาจส่งผลในด้านลบกับศิลปินหรือคู่อื่น

4) เมื่อสมัครเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านนี้ อย่าลืมไปแนะนำตัวกันที่ >> Introduce Yourselves ! ด้วยนะคะ

5) ขนาด Avartar กำหนดให้ไม่เกิน 150*150 และขนาด Signature ไม่เกิน 500*200

6) ห้ามมี Html ใน Signature เช่น <marquee> หรือภาพ .gif ใหญ่ๆ (มีได้แต่ห้ามเกิน 20*20)

7) ทางบ้านได้ติดตั้งระบบ Reputation และ Warning system เพื่อแจ้งว่าเมมเบอร์คนไหนทำผิดกฏ ทุกครั้งที่ทีมการเพิ่ม Warning Level กับเมมเบอร์ จะมีพีเอ็มไปแจ้งเตือนค่ะ *หากโดนแจ้งเตือนเกิน 3 ครั้งจะลบยูสออกจากบ้านโดยไม่มีการบอกล่วงหน้า


*สำหรับห้องฟิค (INK and QUIIL) สมาชิกจะต้องมีจำนวนโพส 25 โพสขึ้นไปจึงจะสามารถเข้าห้องฟิคได้


ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ กฎและข้อตกลงของบ้านอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ กรุณาติดตามกันด้วยนะคะ
2012.10.13