Jump to content


Photo

Do you believe in destiny? (1/5)

#ky_ig

No replies to this topic

#1 THE E11EVEN ♠ KY

THE E11EVEN ♠ KY

    Administrator

  • Administrators
  • PipPipPip
  • 88 posts

Posted 24 November 2019 - 03:21 PM

 

SF : Do you believe in destiny? 

Author : ALY

 

 

 

 

Chapter : 01

 

 

 

 

 

 

แท็ก #ky_ig

 

 

 

 

 

 

ผมชอบการท่องเที่ยว

 

 

 

ผมชอบสถานที่สวย ๆ

 

 

 

ผมชอบบรรยากาศดี ๆ

 

 

 

ผมชอบ ‘ไลฟ์สไตล์’ ของคน ๆ หนึ่งใน IG

 

 

 

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ถึงแล้ว”

 

 

 

ถ้อยคำสั้น ๆ ดังขึ้นในทันทีที่คนพูดลงมาจากรถโดยสายได้เรียบร้อย ดวงตากลมโตมองตรงไปเบื้องหน้าพร้อมกับที่มุมปากทั้งสองข้างค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ร่างสูงโปร่งเดินเข้าไปหาป้ายขนาดใหญ่ที่มีตัวอักษรสวยงามสลักเป็นชื่อของสถานที่ไว้

 

 

 

ฝ่ามือขาว ๆ ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาถ่ายรูปป้ายชื่อสถานที่ เพื่อเป็นหลักฐานว่าตัวเองได้มาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

 

หลังจากถ่ายไปได้ 4-5 รูปจนเป็นที่พอใจก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม ดวงตากลม ๆ กวาดมองไปโดยรอบเพื่อหาเป้าหมายต่อไป พอเจอแล้วก็อมยิ้มกับตัวเอง ก่อนจะรีบเดินไปยังอีกจุดที่อยู่ไม่ไกลกันนักเพื่อดูแผนที่โดยรวมของที่นี่

 

 

 

“โห ต้องไปอีกไกลเหมือนกันแหะ”

 

 

 

ตัวเลขบอกระยะทางกว่าจะไปถึงจุดที่ต้องการในแผนที่ทำเอาเจ้าตัวได้แต่บ่นออกมาเบา ๆ หัวคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกระชับกระเป๋าสะพายด้วยท่าทางเตรียมพร้อมเพื่อเดินไปยังจุดที่ตัวเองต้องการ

 

 

 

ร่างสูงโปร่งค่อย ๆ ก้าวเดินไปอย่างไม่รีบร้อนเพราะต้องการเก็บเกี่ยวบรรยากาศดี ๆ ระหว่างทางไปด้วย โทรศัพท์มือถือที่เก็บไปแล้วถูกเอาออกมาอีกครั้งเพื่อถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ที่ถูกใจ อันที่จริงในกระเป๋าสะพายก็มีกล้องถ่ายรูปมาด้วยหนึ่งตัว แต่เพราะนิสัยแปลก ๆ ที่ชอบใช้โทรศัพท์มากกว่า กล้องตัวนั้นจึงกลายเป็นเพียงของประดับกระเป๋าไปโดยปริยาย

 

 

 

“สวยจัง”

 

 

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มพึมพำออกมาเบา ๆ เมื่อบังเอิญหันไปเห็นดอกไม้แสนสวยที่ไม่รู้จัก ดวงตากลมโตมองเจ้าดอกไม้ผ่านหน้าจอโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งเพื่อหามุมสวย ๆ แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วินาที ภาพ ๆ นั้นก็ถูกบันทึกลงในแกลเลอรี่รูปภาพ ให้ได้เก็บไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งได้บังเอิญเจอกับเจ้าดอกอะไรสักอย่างนี่เข้าแล้ว

 

 

 

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงที่เจ้าตัวยังคงเดินชมวิวข้างทางด้วยความเพลิดเพลิน มีเป็นบางครั้งที่หยุดพักเพื่อถ่ายรูปและพักขาตัวเองบ้าง แต่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกเดินต่อเพราะใจจริงก็อยากไปดูที่จุดชมวิวสุดท้ายอยู่เหมือนกัน

 

 

 

“สู้ ๆ ชานยอล นายทำได้”

 

 

 

เสียงให้กำลังใจตัวเองมีขึ้นมาเป็นบางครั้งคราวที่รู้สึกว่าขามันชักจะล้าจนไม่อยากเดินต่อ แต่ทุกครั้งที่ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูรูป ๆ หนึ่ง ใน IG ของคน ๆ หนึ่ง รอยยิ้มก็มักจะกลับคืนมาสู่ใบหน้าพร้อมกับกำลังใจที่เต็มเปี่ยมขึ้นทันทีโดยไม่มีเหตุผล

 

 

 

ฝ่ามือขาว ๆ กำโทรศัพท์ไว้แน่นขณะเดินขึ้นทางชันที่ผลาญพลังงานในกายไปมากพอดู หยาดเหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผมจนต้องปาดทิ้งไปเสียหลายรอบ เกือบจะได้รู้สึกท้อขึ้นมาอีกแล้ว แต่ทันทีที่นึกถึงภาพในโทรศัพท์ จากที่จะถอนหายใจออกมาเมื่อกี้เลยได้เปลี่ยนเป็นหลุดยิ้มออกมาแทน

 

 

 

ชานยอลไม่รู้สักนิดว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ไม่รู้ว่าทำไมเพียงแค่มองรูปภาพธรรมดา ๆ ในโทรศัพท์แล้วเขาถึงได้กำลังใจเพิ่มขึ้นมามากมายขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะความคาดหวังว่าวิวที่ได้เห็นหลังจากเดินขึ้นไปถึงจุดหมายแล้วคงสวยงามเหมือนอย่างในภาพ หรือไม่...

 

 

 

ก็อาจจะเป็นเพราะเจ้าของรูป...มั้ง

 

 

 

ถ้าให้ว่ากันตามจริงชานยอลเองก็ไม่รู้หรอกว่าเจ้าของรูปที่ตัวเองกำลังดูอยู่นี่เป็นใคร เพราะว่าอีกฝ่ายไม่เคยลงรูปของตัวเองเลยสักครั้ง ไม่เคยบอกชื่อ ไม่เคยพูดคุยหรือตอบคำถามใคร ส่วนใหญ่ใน IG จะลงเป็นภาพวิวสวย ๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ จะมีเป็นบางครั้งที่ติดรูปตัวเองมาด้วย แต่ก็เป็นเพียงด้านหลังหรือไม่ก็ด้านข้างที่เป็นมุมไกล ๆ เท่านั้น ก็เลยไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเจ้าของรูปนี้มีหน้าตายังไงหรือว่าเป็นใครกันแน่

 

 

 

แต่...

 

 

 

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเจ้าของรูปเป็นใครหรือหน้าตาเป็นยังไง ท้ายที่สุดแล้วชานยอลก็ยังคงชอบรูปของอีกฝ่ายมากอยู่ดี

 

 

 

ถ้าจะให้เท้าความถึงเรื่องนี้ก็คงต้องย้อนไปสัก 2-3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขายังไม่รู้จัก IG นี้เลยด้วยซ้ำ ไม่สิ ต้องบอกว่าแทบจะไม่ได้เข้าไปเล่น IG ของตัวเองเลยต่างหาก ก็คือมีแอพพลิเคชั่นนี้อยู่ในโทรศัพท์นะ แต่ไม่เคยคิดจะเข้าไปใช้งานเลยสักครั้ง ได้แต่สมัครแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ให้เปล่าประโยชน์อยู่แบบนั้น

 

 

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง คิมจงอินผู้มีศักดิ์เป็นเพื่อนซี้ที่นาน ๆ จะได้เจอกันทีเกิดมีเวลาว่างก็เลยแวะมาหา ด้วยความที่สนิทกันมากจนสามารถใช้ของร่วมกันได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต ระหว่างที่จงอินไปเข้าห้องน้ำ คนเป็นเจ้าบ้านอย่างชานยอลเลยเอาโทรศัพท์ของเจ้าตัวมานั่งเล่นแทนโทรศัพท์ของตัวเองที่กำลังชาร์ตแบตเตอรี่อยู่

 

 

 

หลังจากที่ดูอะไรเพลิน ๆ ไปได้สักพัก ก็มีเสียงแจ้งเตือน IG อัพเดทดังขึ้นจนชานยอลต้องเปิดดูว่ามันคืออะไร

 

 

 

แล้วสิ่งแรกที่เห็นก็คือ...

 

 

 

รูปถ่ายสวย ๆ ของบรรยากาศยามค่ำคืนจากที่ไหนสักที่ ทั้งภาพมีแค่ท้องฟ้ามืด ๆ กับดาวอีก 2-3 ดวง แล้วก็ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเพียงเท่านั้น เป็นเพียงภาพธรรมดาที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ เป็นภาพที่แทบจะไม่มีจุดเด่นอะไร หากแต่องค์ประกอบทุกอย่างในนั้นกลับทำให้รู้สึกตกหลุมรักได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

 

 

 

ตกหลุมรักรูปท้องฟ้ากลางคืนรูปนั้นเข้าอย่างจังโดยที่ไม่รู้ว่าเจ้าของรูปคือใคร

 

 

 

หลังจากวันนั้น จากคนที่ไม่เคยสนใจ IG ที่ตัวเองสมัครไว้อย่างส่ง ๆ ก็เปลี่ยนเป็นคนที่ติดแอพพลิเคชั่นนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น มีเวลาว่างเมื่อไหร่เป็นต้องกดเข้าไปดูตลอดเวลา ทุก ๆ วันได้แต่เฝ้ารอให้มีข้อความแจ้งเตือนว่า IG ที่ตัวเองติดตามมีการอัพเดต โดยที่...

 

 

 

รายชื่อติดตามล่าสุดก็คือเจ้าของ IG ที่ได้มาจากการเล่นโทรศัพท์ของจงอินนั่นแหละ

 

 

 

อันที่จริงก่อนจะได้มาเจอ IG นี้ โดยปกติชานยอลก็เป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว พอได้มาเห็น IG นี้ที่ดูท่าว่าเจ้าของจะเป็นคนชอบเที่ยวเหมือนกันเพราะลงแต่รูปสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ไว้ทั้งนั้น การที่ชานยอลจะรู้สึกปลื้มจนทำตัวเป็นแฟนคลับขนาดนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 

 

 

เจ้าตัวชอบถึงขั้นตั้งปณิธานกับตัวเองไว้เลยว่าจะขอตามรอยไปทุกที่ ไม่ว่าเจ้าของ IG นี้จะลงรูปไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม

 

 

 

“โอ๊ะ ขอโทษค่ะ”

 

 

 

ระหว่างที่กำลังเดินคิดอะไรเพลิน ๆ ก็รู้สึกถึงแรงกระแทกเบา ๆ มาจากทางด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีสีหน้าตกใจ เธอรีบก้มหัวปรก ๆ เพื่อขอโทษโดยมีกลุ่มเพื่อนทั้งหญิงและชายยื่นขอโทษอยู่ที่ด้านหลังด้วยอีกประมาณ 5-6 คน

 

 

 

“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

 

 

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

 

 

เห็นเธอลนลานขอโทษขนาดนั้นชานยอลเลยได้แต่ส่งยิ้มบาง ๆ กลับไปเป็นการปลอบใจ จริง ๆ เมื่อกี้เธอก็ไม่ได้ชนแรงเท่าไหร่ แถมตัวเขาเองก็ไม่ได้เจ็บอะไรด้วย อีกอย่างทั้งเธอและเพื่อนก็พร้อมใจกันขอโทษมาซะขนาดนี้ แล้วเขายังจะไปเอาเรื่องอะไรได้อีกล่ะ

 

 

 

“ขอโทษจริง ๆ นะคะ”

 

 

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ติดใจอะไร”

 

 

 

“ขอบคุณมากค่ะ”

 

 

 

ถ้อยคำขอบคุณที่มาพร้อมรอยยิ้มโล่งใจของเธอทำให้ชานยอลหลุดขำออกมาเบา ๆ ก่อนจะปล่อยให้คนกลุ่มนั้นเดินนำไปก่อนเพราะตัวเองยังต้องการจะถ่ายรูปวิวแถวนี้อีกสักนิด

 

 

 

หน้าจอโทรศัพท์จับภาพก้อนหินรูปทรงแปลก ๆ ไว้เพียงไม่กี่วินาที ในแกลเลอรี่ก็มีจำนวนรูปภาพเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งรูป ชานยอลอมยิ้มพอใจกับตัวเอง ก่อนจะเริ่มออกเดินอีกครั้งโดยที่ระหว่างนั้นก็มองหาอะไรสวย ๆ เพื่อถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

 

 

 

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงนับจากที่เจ้าตัวเริ่มเดินขึ้นมาจากจุดที่หยุดดูแผนที่ ในที่สุดก็ได้เจอป้ายบอกทางป้ายสุดท้ายที่จะพาไปสู่จุดหมายที่ต้องการได้สักที อันที่จริงมันควรจะเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะระหว่างนั้นเล่นหยุดแวะถ่ายรูปตามข้างทางแทบจะทุก ๆ สิบนาที แถมแต่ละที่ก็ยังถ่ายไปเป็นสิบรูปเลยด้วย

 

 

 

“อีกนิดเดียวเอง”

 

 

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ยิ่งเห็นว่าใกล้จะถึงแล้วเจ้าตัวก็ยิ่งรู้สึกฮึดมากขึ้นไปอีกเท่าตัว ใบหน้าขาวใสที่ตอนนี้มีสีอมชมพูระเรื่อเพราะความเหนื่อยฉายแววจริงจัง มุ่งมั่น โทรศัพท์มือถือที่พกมาตลอดทางถูกเก็บใส่กระเป๋าเมื่อตั้งใจไว้ว่าจะเดินลุยรวดเดียวให้จบไปเลย สองขาก้าวฉับ ๆ ตรงไปตามทางที่ป้ายได้บอกเอาไว้

 

 

 

แล้วจากนั้น...

 

 

 

ยังไม่ทันถึงสองนาทีก็ต้องหยุดถ่ายรูปต้นไม้สวย ๆ อีกเหมือนเดิม

 

 

 

สรุปว่า จากที่ตั้งใจจะเดินลุยให้จบรวดเดียว สุดท้ายก็เดินไปหยุดถ่ายรูปไปเหมือนเดิม จากปกติที่ต้องใช้เวลาประมาณห้านาทีจากป้ายมาถึงจุดชมวิวสุดท้าย ก็กลายเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

 

 

 

“มัวแต่ถ่ายรูปเพลินไปหน่อยแหะ”

 

 

 

ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เมื่อมองเห็นทางเชื่อมไปยังจุดชมวิวสุดท้ายอยู่รำไร ความตื่นเต้นที่เริ่มผุดขึ้นมาทำให้เจ้าตัวยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม สองมือกำสายกระเป๋าแน่นขึ้นอย่างลุ้น ๆ ว่าวิวที่ได้เห็นจะเป็นยังไง ทั้งที่ความจริงก็ได้เห็นจากรูปในโทรศัพท์มาก่อนหน้านี้แล้ว

 

 

 

แต่ก็อย่างว่า...

 

 

 

การเห็นในโทรศัพท์กับเห็นด้วยตาตัวเองยังไงความรู้สึกก็ต้องต่างกันอยู่แล้ว ถ้าจะตื่นเต้นขนาดนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 

 

 

โค้งสุดท้ายที่ต้องเดินผ่านเพื่อไปยังจุดที่ตัวเองต้องการยิ่งทำให้ชานยอลใจเต้นตุ้บ ๆ ต่อม ๆ ราวกับหนุ่มน้อยที่กำลังจะไปออกเดท เพียงแต่มันต่างกันตรงที่เป้าหมายในการเดทของเขาควรจะเป็นสาวน้อยน่ารัก หรือพี่สาวสุดเซ็กซี่ หากแต่ในความเป็นจริงเป้าหมายของการมาเที่ยวในทุก ๆ ครั้งของเขาก็คือวิวสวย ๆ ที่กำลังจะได้เห็น...

 

 

 

 

 

...วิว...

 

 

 

 

 

...ที่ได้เห็น...

 

 

 

 

 

“ว้าว”

 

 

 

สิ่งที่ได้เห็นทำให้สมองประมวลผลออกมาได้เพียงแค่นั้นจริง ๆ

 

 

 

อยู่ ๆ ก็คิดอะไรไม่ออกจนทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับสมองจะมึนเบลอไปหมดเมื่อได้มาเห็นสถานที่นี้ด้วยตาตัวเอง ต้องใช้เวลาอยู่อีกพักใหญ่กว่าเจ้าตัวจะเรียกสติกลับมาได้ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงรั้วที่กั้นตัวเองกับบรรยากาศอันสวยงามของธรรมชาติเอาไว้ แม้ว่าใจจริงจะอยากเข้าไปใกล้ให้มากกว่านี้ แต่ก็รู้ดีว่าได้เท่านี้ก็มากเกินพอแล้ว เพราะถ้าเกิดว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปใกล้มากกว่านั้น สถานที่สวย ๆ แบบนี้คงไม่หลงเหลือให้เขาได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้แน่

 

 

 

“สวยจัง”

 

 

 

สวยกว่าที่จินตนาการไว้เยอะเลย

 

 

 

สองมือปล่อยออกจากสายกระเป๋าแล้วเปลี่ยนมาวางลงบนรั้วไม้แทน มุมปากทั้งสองข้างยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะหลับตาลงแล้วสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปจนเต็มปอด ทั้งที่คิดไว้แล้วว่าที่นี่ก็ต้องสุดยอดไม่แพ้ที่อื่นที่เขาไปตามรอยเจ้าของ IG มา แต่สิ่งที่ได้เห็นอยู่ตอนนี้มันดีเกินกว่าที่คิดเอาไว้มาก...มาก ๆ เลย

 

 

 

ร่างสูงโปร่งเดินเลาะริมรั้วไปเรื่อย ๆ เพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศดี ๆ เอาไว้ให้ได้มากที่สุด ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ รีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมา หน้าจอสว่างวาบขึ้นทันทีที่เจ้าตัวปลดล็อคเสร็จ และสิ่งที่ค้างอยู่ในนั้นก็คือรูปสวย ๆ ที่เป็นต้นเหตุให้เขาตามรอยมาจนถึงที่นี่

 

 

 

ดวงตากลม ๆ กวาดมองไปโดยรอบว่าเจ้าภาพสวย ๆ ภาพนี้อยู่ตรงตำแหน่งไหนของจุดชมวิวนี้กันแน่ สองขาพาเจ้าตัวเดินวนไปเรื่อย ๆ เพื่อหามุมเดียวกันกับในภาพ โดยที่ระหว่างนั้นก็ซึมซับเอาบรรยากาศดี ๆ เข้าไปทดแทนความเหนื่อยล้าและหยาดเหงื่อที่สูญเสียไปตลอดการเดินทางขึ้นมาถึงที่นี่

 

 

 

ชานยอลเดินมองรูปในโทรศัพท์สลับกับสถานที่จริงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ทางด้านซ้าย ที่สุดขอบรั้วไม้พอดี

 

 

 

“ตรงนี้นี่เอง”

 

 

 

รอยยิ้มหวาน ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีเมื่อเจ้าตัวหาตำแหน่งในภาพพบ ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างสถานที่จริงตรงหน้ากับภาพในโทรศัพท์ไปมา ก่อนจะเปลี่ยนหน้าจอไปที่กล้องถ่ายรูปแล้วจัดการบันทึกภาพเข้าในแกลเลอรี่ของตัวเองทันที

 

 

 

เวลาผ่านไปสักพักที่เจ้าตัวได้ถ่ายรูปมากจนพอใจ สุดท้ายชานยอลก็โน้มตัวลงเท้าแขนไว้บนรั้วไม้เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ได้รับ บนใบหน้าขาว ๆ ยังคงประดับไว้ด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา ก่อนเจ้าตัวจะยกมือข้างที่ถือโทรศัพท์ขึ้นมาเท้าคางพลางนึกไปถึงเจ้าของ IG ที่ทำให้ตัวเองต้องดั้นด้นมาจนถึงที่นี่

 

 

 

ฝ่ามืออีกข้างลูบไปตามรั้วไม้เบา ๆ ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าที่มีอยู่แล้วจะยิ่งกว้างขึ้นจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลงไปอย่างชัดเจน ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อยเพื่อพึมพำถึงคน ๆ นั้น

 

 

 

คน ๆ นั้นที่ทำให้เขาได้มาเห็นภาพสวย ๆ ภาพนี้

 

 

 

“ตอนที่ถ่ายรูปนี้ คุณก็คงยืนอยู่ตรงนี้สินะ”

 

 

 

ระหว่างที่พูดไปเจ้าตัวก็นึกภาพคน ๆ หนึ่งกำลังยืนถ่ายรูปอยู่ตรงนี้ไป เปลือกตาทั้งสองข้างค่อย ๆ ปิดลงขณะที่ในหัวก็วาดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้คร่าว ๆ

 

 

 

นี่เป็นเรื่องที่ชานยอลชอบทำในทุกครั้งที่ได้เที่ยวตามรอยเจ้าของ IG คนนั้น เจ้าตัวมักจะชอบนึกภาพว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร จะถ่ายรูปด้วยท่าทางแบบไหน ทั้งที่ความจริงก็ยังไม่รู้เลยสักนิดว่าเงาที่วาดภาพขึ้นมาในหัวจะเหมือนกับเจ้าของ IG ตัวจริงหรือเปล่า เพราะอย่างที่บอกว่าอีกฝ่ายไม่เคยลงรูปหน้าตาของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่ชานยอลเอาแต่ยืนหลับตานึกภาพเล่นอยู่ตรงนั้น จะมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง...

 

 

 

อะไรบางอย่างที่ทำให้เขาต้องรีบลืมตาขึ้นมาด้วยความแปลกใจ

 

 

 

“.....”

 

 

 

ไม่มีประโยคใดหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เริ่มเม้มเข้านิด ๆ ชานยอลทำเพียงก้มลงมองฝ่ามือข้างที่ลูบไปตามรั้วไม้เล่นเมื่อครู่นี้ มองดูว่ามันยังคงปกติดีหรือเปล่า ในเมื่อ...

 

 

 

ชานยอลรู้ว่าเขาอาจจะคิดไปเอง

 

 

 

แต่ว่า...

 

 

 

ในชั่วขณะนั้น เป็นเพียงวูบเดียวสั้น ๆ ที่เขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจาง ๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่

 

 

 

จะเป็นของคุณหรือเปล่านะ?

 

 

 

คำถามที่เกิดขึ้นมาในใจทำให้เจ้าตัวหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เพราะรู้ดีว่ายังไงมันก็คงเป็นไปไม่ได้ เมื่อกี้เขาอาจจะเพ้อมากเกินไปหน่อยก็เลยรู้สึกแบบนั้น สงสัยพักนี้เขาคงจะอ่านนิยายมากเกินไป แบบนี้คงต้องลด ๆ ลงบ้างแล้วล่ะ

 

 

 

หลังจากที่ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ชานยอลก็กลับมามองดูความสวยงามตรงหน้าอีกครั้ง ดวงตากลมโตไม่ได้โฟกัสไปที่ตรงไหนเป็นพิเศษ แต่กลับเก็บเป็นภาพมุมกว้างเข้าสู่ความทรงจำของตัวเองแทน มุมปากทั้งสองข้างยังคงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหมือนเดิมแม้จะเปลี่ยนจากการเท้าคางมาเป็นการเท้าแขนไว้กับรั้วไม้เฉย ๆ ก็ตาม

 

 

 

“ที่นี่สวยจัง”

 

 

 

ประโยคที่ออกมาแม้แต่ชานยอลเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาพูดอยู่กับตัวเองหรือกำลังพูดกับใครกันแน่ สุดท้ายเลยได้แต่หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู

 

 

 

ดวงตากลมโตมองรูปในโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมองบรรยากาศจริง ๆ ตรงหน้าแล้วเอียงคอลงเล็กน้อย รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าค่อย ๆ เลื่อนหายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มหวาน ๆ แทน เมื่อคราวนี้เจ้าตัวมั่นใจแล้วว่าประโยคที่กำลังจะพูดต่อไปนี้...ต้องการจะพูดกับใคร

 

 

 

“สวยเหมือนในรูปของคุณเลยล่ะ”

 

 

 

สวยมากจริง ๆ นะ

 

 

 

 

 

‘Mr.GALAXY’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

#ky_ig

 

 

 

 





Reply to this topic



  



Also tagged with one or more of these keywords: #ky_ig

0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users