Jump to content


Photo

Call me daddy (4/5)

#CMDD_KY

No replies to this topic

#1 THE E11EVEN ♠ KY

THE E11EVEN ♠ KY

    Administrator

  • Administrators
  • PipPipPip
  • 86 posts

Posted 29 September 2019 - 02:26 PM


SF : Call me daddy
Author : BUBBLEFONDUE
Chapter : 04

แท็ก #CMDD_KY





คริสทำอย่างที่พูดจริง ๆ

ชานยอลไม่รู้เลยว่าเขาตกอยู่ในสภาพอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้ว สภาพที่เหมือนกับตุ๊กตาไร้ชีวิตซึ่งถูกขังอยู่ในเพ้นท์เฮ้าส์แห่งนี้เพียงคนเดียว ชานยอลไม่รู้แม้กระทั่งวันเดือนปีที่ผ่านพ้นไป ช่องทางการสื่อสารถูกตัดขาดทุกทิศทาง แม้แต่ทีวีเขาก็ไม่สามารถดูมันได้เลย

“โกนหนวดซะ เห็นแล้วน่าเกลียด”

ดวงตากลมเหม่อมองใบมีดโกนที่คริสโยนมันลงตรงหน้า ชานยอลรับมันมาแล้วเดินไปทำตามที่คริสสั่งอย่างว่าง่าย เมื่อเดินมาถึงหน้ากระจก ร่างผอมแห้งมองเงาสะท้อนตรงหน้าก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคน ๆ นี้จะเป็นเขาเอง คนตรงหน้านั้นดูไร้วิญญาณ ไรหนวดเริ่มขึ้นเพราะขาดการดูแลตัวเอง ผมเผ้าก็ยาวจนสามารถรวบได้ก็ปล่อยจนมันปกปิดหน้าจนหมด

“ทำอะไร ชักช้าจริง ๆ”

เสียงที่ดังมาจากด้านนอกนั้น ชานยอลไม่แม้แต่จะใส่ใจมันเลยจนกระทั่งประตูห้องน้ำเปิดออก ชานยอลมองคริสที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังผ่านกระจก และเพราะไม่ตอบสนองอะไรเลย คริสจึงจับพลิกตัวชานยอลให้หันมาเผชิญหน้า อุ้มร่างผอมแห้งให้นั่งบนเค้าน์เตอร์แล้วจัดการรวบผมที่เริ่มยาวนั้นไปไว้ด้านหลัง

ฝ่ามือหยาบกร้านบีบครีมโกนหนวดลงบนมือแล้วปาดลงบนคางของตุ๊กตามีชีวิตของเขา แล้วใช้มีดโกนค่อย ๆ โกนตามแนวเส้นขนอย่างเบามือ

“แหวนสวยดีนะครับ”

ชานยอลทักเมื่อเห็นแหวนสีเงินดีไซน์เรียบหรูตรงหน้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะรู้สึกเสียใจ อาจจะงอแงร้องไห้เรียกร้องความสนใจไปแล้ว แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเฉยเมยไปเสียหมด เพราะรู้ตัวเองดีว่าอยู่ในสถานะไหน ไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรอยู่แล้ว

“เอ็มม่าเลือกแหวนถูกใจฉันจริง ๆ นั้นแหละ ใคร ๆ ก็บอกว่าสวย”

“แล้วคุณจะแต่งงานตอนไหนเหรอครับ”

“ตอนที่เอ็มม่าพร้อม คงไม่เกินสองปี”

“ถึงตอนนั้นคุณจะปล่อยให้ผมเป็นอิสระได้รึยัง” ชานยอลถามอย่างมีความหวังเล็ก ๆ ดวงตาคมสบตาเขาก่อนจะเอ่ยประโยคที่ดับความหวังของเขาลงช้า ๆ

“ยังมีความหวังอีกงั้นเหรอ”

“ครับ...ผมยังมีความหวัง”

“งั้นก็หวังลม ๆ แล้ง ๆ ต่อไปเถอะ”

คำตอบของคริสทำเอาชานยอลจุกจนพูดอะไรไม่ออก ร่างโปร่งมองคนตรงหน้าอย่างเหม่อลอย รู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกคริสอุ้มลงจากเค้าน์เตอร์เสียแล้ว คริสพลิกตัวชานยอลให้หันกลับไปมองกระจก มือใหญ่ปลดยางรัดผมออกจนเส้นผมสยายลงมาอีกครั้ง

“อยากตัดผมมั้ย”

“ผมมีสิทธิ์ในตัวเองด้วยงั้นเหรอครับ” น้ำเสียงนั้นถามแกมประชด

“มีสิ...ฉันจะให้ช่างตัดผมเข้ามาตัดให้”

แม้แต่จะออกไปตัดผมด้านนอกก็ยังไม่มีสิทธิ์ ชานยอลแค่นยิ้มอย่างอดสู แล้วส่ายหัวปฏิเสธข้อเสนอของคริสช้า ๆ

“อย่าเลย ลำบากเขาเปล่า ๆ”

“ตามใจ”

คริสสางผมให้ชานยอลเสร็จก็รวบผมของคนตรงหน้าเอาไว้จนเรียบร้อย พอใบหน้ากลับมาใสดังเดิม ร่างสูงก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ ดึงกายของเด็กหนุ่มเข้ามาใกล้ก่อนจะพรมจูบอย่างหวงแหน...ใช่...คริสหวงแหนเด็กคนนี้มากเหลือเกิน คนที่เขาฟูมฟักมาตั้งแต่ชานยอลยังเป็นเด็ก จนวันนี้ที่ชานยอลแทบไม่เหลือใจจะอยู่ที่นี่ต่อ แต่ไม่มีทางที่คริสจะปล่อยคน ๆ นี้ไปเด็ดขาด

ไม่มีทาง...

“ปล่อย”

เสียงร้องขอความเห็นใจเอ่ยขึ้นเบา ๆ ฝ่ามือขาวดันแผ่นอกของคริสออก แต่คนที่ผอมแห้งแรงน้อยหรือจะไปสู้อีกคนได้ ชานยอลถูกรวบข้อมือที่เอาแต่ต่อต้านไว้ด้วยมือเดียว คริสจับใบหน้าให้เงยหน้ารับจูบของเขาอีกครั้ง ริมฝีปากร้อนทาบทับลงมาพร้อมกับเรียวลิ้นที่พยายามแทรกเข้าไปในโพรงปากหวานที่ไม่ยอมให้เขาเหมือนอย่างเคย จนคริสต้องบีบแก้มขาวนั้นเบา ๆ เพื่อให้ชานยอลเผลอเปิดริมฝีปากออกได้

“อย่าดื้อ”

เสียงทุ้มเอ่ยเตือน แล้วอุ้มร่างผอมไปที่เตียงนอน ชานยอลรู้ตัวดีว่าไม่สามารถต่อกรอะไรได้อีกแล้ว ร่างผอมแห้งเพียงเบือนหน้าหนี ปล่อยให้คริสทำตามที่ต้องการ เพราะยังไงเขาก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวเองอยู่แล้ว แค่ลมหายใจมันยังไม่ใช่ของเขาเลย

“คิดว่าทำตัวเป็นท่อนไม้แบบนี้แล้วฉันจะปล่อยไปงั้นเหรอ”

“...”

“เงียบให้มันได้ตลอดแล้วกัน”

สิ้นคำนั้นอาภรณ์ที่ห่มร่างบางไว้ก็ถูกกระชากออก ชานยอลข่มตาลง ไม่อยากมองคนตรงหน้าอีกต่อไป ปล่อยให้เจ้าของชีวิตเขาเสวยสุขตามแต่ที่ใจต้องการ ไม่มีแม้แต่เสียงร้องไห้ ไม่มีแม้แต่น้ำตาสักหยด

เพราะเขาร้องไห้จนมันไม่เหลือน้ำตาอีกแล้ว...

“ชานยอล ครางสิ...อ่า...”

“...”

ร่างกายใหญ่ที่สอดแทรกเข้ามาในกายบางสั่งให้ชานยอลทำตามที่ต้องการอีกครั้ง แต่ตุ๊กตาไร้ชีวิตอย่างเขามันไม่เหลือแม้แต่แรงจะหายใจอีกต่อไปแล้ว

“อ่า...ชานยอล...เด็กน้อยของฉัน...”

อยากออกไปจากที่แห่งนี้เหลือเกิน

ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วคุณคริส...ได้โปรด

ปล่อยผมออกไปจากกรงแห่งนี้เถอะ...

รุ่งเช้ามาถึง วันนี้ที่ทำงานมีการประชุมใหญ่ทำให้คริสต้องรีบออกไปแต่เช้าตรู่ ชานยอลมองตามแผ่นหลังหนาที่กำลังแต่งตัวด้วยความรวดเร็ว คริสคว้าเอากระเป๋าเงินและโทรศัพท์ออกไปจากห้องโดยไม่แม้แต่จะร่ำลากัน และเป็นอีกครั้งที่คริสทิ้งชานยอลไว้กับความเงียบเหงาอีกครั้ง

ชานยอลรู้ดีว่ากว่าคริสจะกลับมาอีกครั้งก็คงจะอีกสองถึงสามวัน เพราะคริสก็ต้องมีเวลาให้กับคู่หมั้นอย่างคุณเอ็มม่าด้วย...เพราะฉะนั้น ชานยอลยังมีเวลาอีกนิดหน่อย

ร่างบางลุกออกมาจากเตียง ร่างกายขาวโพลนที่ผอมแห้งจนเริ่มเห็นกระดูกเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ดวงตากลมที่เมื่อก่อนเคยสดใส บัดนี้กลับหม่นแสงลงจนน่าใจหาย ชานยอลมองรถยนต์ของคริสที่ขับออกไปจากคอนโดแล้วก็ปิดผ้าม่านจนมืดสนิทและหันไปเปิดไฟในห้องให้สว่างแทน

ร่างบางเปิดสมุดไดอารี่ที่คอยบันทึกวันเวลาที่ผ่านพ้นไป บันทึกวันที่ของวันนี้ลงไปบนหน้ากระดาษ...เกือบหนึ่งปีแล้วที่เขาถูกขังไว้ในกรงแห่งนี้ น้ำตาแห่งความอดสูไหลลงมาอย่างน่าสงสารขณะที่เขียนบันทึกความในใจลงไปในแผ่นกระดาษนั้น ชานยอลสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วปิดไดอารี่ลงเมื่อเขียนตัวอักษรสุดท้ายเสร็จลง

ดวงตากลมฉายแววมากมั่น เขาคิดเรื่องนี้มาตลอดหลายเดือน มองหาทางที่จะเป็นไปได้ในการทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ซึ่งวิธีนี้คงจะเป็นวิธีที่เจ็บน้อยที่สุดแล้ว ร่างโปร่งเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วเหลือบมองแก้วน้ำที่วางไว้อยู่บนเค้าน์เตอร์ ไม่ต้องคิดนานมือขาวก็ปัดมันให้ตกลงบนพื้นทันที เศษแก้วแตกบนพื้นไม่ได้ทำให้ความตั้งใจอันแรงกล้านั่นลดลงเลย ชานยอลหยิบเศษแก้วชิ้นที่คมที่สุดขึ้นมา ฝ่าเท้าเดินเหยียบเศษแก้วที่แตกเป็นชิ้นละเอียดเพื่อไปยังอ่างอาบน้ำ พลันนั้นพื้นห้องน้ำสีขาวก็เปรอะไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากเท้าจนไม่น่ามองอีกต่อไป

ร่างผอมค่อย ๆ นั่งลงที่ขอบอ่าง เปิดน้ำให้ไหลจนเต็มอ่าง ดวงตากลมมองข้อมือตัวเองอย่างเลื่อนลอยก่อนจะค่อย ๆ จรดคมแก้วลงบนผิวเนื้อช้า ๆ

เจ็บ...แต่มันไม่เจ็บสู้ใจของเขาที่มันแตกระแหงจนไม่เหลือชิ้นดีอีกต่อไปแล้ว

ชานยอลผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ มองน้ำสีแดงฉานที่เต็มไปด้วยเลือดจากข้อมือของเขา อีกไม่นานสติของเขาก็คงจะหายไป ถึงตอนนั้นชานยอลคงจะได้ออกไปจากกรงขังแห่งนี้เสียที

มันคงจะเป็นเพียงทางเดียวที่เขาจะหลุดพ้นจากที่แห่งนี้ได้

ถึงตัวจะออกไปไม่ได้...แต่ขอให้วิญญาณออกไปได้ก็พอแล้ว













“ชิบหายแล้ว หายไปไหนวะ”

เสียงสบถแล้วตามมาด้วยเสียงโยนกระดาษดังอยู่อย่างนั้นมาได้สักพักแล้ว อี้ชิงเหลือบมองเจ้านายที่ยีหัวตัวเองแล้วพยายามพลิกหาอะไรบางอย่างบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีกระวนกระวายใจอยู่พักหนึ่งแล้ว

“หาอะไรเหรอครับท่าน ให้ผมช่วยดีมั้ยครับ” อี้ชิงอาสาอย่างรู้งาน คริสจึงกวักมือลูกน้องมาหาตนทันที

“เอกสารการประชุม หายังไงก็หาไม่เจอ ช่วยหาหน่อย”

“คุณมั่นใจว่าวางไว้บนโต๊ะแน่ ๆ ใช่มั้ยครับ”

อี้ชิงถามย้ำอีกครั้ง ก็เขาเห็นคุณคริสหาแทบจะหมดทั้งโต๊ะแล้ว ถึงให้เขาไปหาช่วยอีกคน แต่ถ้าเอกสารมันไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ ยังไงอี้ชิงก็คงหาไม่เจออยู่ดี

“ไม่มั่นใจ...บางทีฉันอาจจะเอาวาระการประชุมไปอ่านก่อน...อ้อ! วันก่อนนั้นฉันเอามันกลับบ้านด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปเอามาให้ครับ”

“ดี รีบไปเลย เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง ทันใช่มั้ย”

“ครับ”

อี้ชิงตอบรับแล้วก็รีบออกมาจากบริษัท โชคดีที่ช่วงสายอย่างตอนนี้รถไม่ติดเหมือนช่วงเช้า อี้ชิงขับรถไม่นานก็มาถึงคอนโดของคริส

นานแล้วที่เขาไม่ได้เข้าไปที่เพ้นท์เฮ้าส์ของเจ้านายตัวเองเลย ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อครั้งนั้น อี้ชิงก็ไม่ได้พบกับชานยอลอีก เขารู้ว่าชานยอลถูกขังอยู่ ณ ที่แห่งนี้มาเป็นเวลานาน ถึงจะสงสารเด็กน้อยมากแค่ไหนแต่อี้ชิงก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี วันนี้ถ้าได้เจอชานยอลอีกครั้ง เด็กน้อยจะเป็นยังไงบ้างนะ

อี้ชิงไขกุญแจที่ล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนาออก เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบกับห้องที่เปิดไฟสว่าง ทั้ง ๆ ที่ด้านนอกแดดออกแต่ชานยอลกลับเลือกที่จะปิดผ้าม่านแล้วเปิดไฟแทน อี้ชิงสอดสายตามองหาชานยอลที่เขาคิดว่าร่างโปร่งของเด็กอายุสิบเก้าปีควรจะมานั่งดูหนังหน้าทีวี แต่เขากลับพบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น

อี้ชิงมองหาสิ่งของที่ต้องการไม่นานก็เจอมันวางอยู่บนโต๊ะทำงานของคริส เดินไปหยิบวาระการประชุมที่จะประชุมในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าใส่กระเป๋า แต่ก่อนจะออกไปจากเพ้นท์เฮ้าส์เขาก็อยากจะเห็นหน้าชานยอลสักครั้ง อยากทักทาย ถามไถ่ว่าเป็นอย่างไร สบายดีรึเปล่า จึงลองเคาะประตูห้องนอนดู เผื่อว่าชานยอลจะอยู่ในนั้น แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ชานยอล อยู่ในนั้นรึเปล่าครับ นี่พี่อี้ชิงเองนะ”

“...”

มีแต่ความเงียบที่ตอบกลับมาเท่านั้น อี้ชิงขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ลองบิดลูกบิดประตูดูก็พบว่ามันไม่ได้ล็อก เขาจึงถือวิสาสะขอแง้มดูสักนิดว่าชานยอลกำลังหลับอยู่รึเปล่า แต่เมื่อมองลอดผ่านช่องประตูไป อี้ชิงกลับเห็นเพียงเตียงที่ว่างเปล่าเท่านั้น

“ชานยอลไปไหนกันนะ ก็ออกไปจากห้องไม่ได้นี่นา”

พึมพำอยู่เพียงคนเดียว และสองเท้าก็เดินไปตามเสียงน้ำไหลที่ได้ยิน บางทีชานยอลอาจจะอาบน้ำอยู่รึเปล่า อี้ชิงก็อยากจะเห็นชานยอลสักครั้งก่อนจะกลับไป เผื่อว่าถ้าเขาช่วยชานยอลได้บ้าง เขาก็อยากจะช่วย

และเมื่อเดินไปถึงหน้าห้องน้ำ ประตูห้องน้ำที่ไม่ได้ล็อกกลอนประตูแง้มให้เห็นร่างที่คุ้นเคยนั่งพิงขอบอ่างอาบน้ำอยู่ อี้ชิงถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

กลิ่นคาวคลุ้งของเลือดตีขึ้นมาในจมูก ชานยอลที่นั่งหลับตาสนิท ไม่มีสติ ที่ข้อมือด้านขวานั้นจุ่มลงไปในอ่างอาบน้ำที่กลายเป็นสีแดงฉานอย่างน่ากลัว ร่างโปร่งนั้นขาวซีดและผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูกน่าเวทนาเหลือเกิน บนพื้นนั้นก็เต็มไปด้วยเศษกระเบื้องและรอยเลือดที่ไหลซึมมาจากปลายเท้า

เป็นครั้งแรกที่อี้ชิงทำอะไรไม่ถูก ทันทีที่ได้สติอี้ชิงก็รีบปิดก๊อกน้ำ หยิบเอาผ้าขนหนูมารัดข้อมือเพื่อหยุดเลือดที่กำลังไหลออกมาไม่หยุด แล้วจึงใช้นิ้วแตะที่ลำคอขาวเพื่อหาแอ่งชีพจรของชานยอล...อี้ชิงไม่รู้เลยว่าชานยอลทำร้ายร่างกายตัวเองไปนานมากแค่ไหนแล้ว ร่างกายนั้นเย็นซีดจนเขาใจกระตุก โชคยังดีที่ชีพจรยังเต้นอยู่แม้ว่ามันจะเบามากแล้วก็ตาม

อี้ชิงอุ้มร่างผอมแห้งออกมาจากห้องน้ำ วางชานยอลลงบนเตียงแล้วรีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที

Rrrrrrrr

วางสายจากโรงพยาบาลเสร็จ ยังไม่ทันได้โทรรายงานคริสกับสิ่งที่เขาเจอ เจ้านายของเขาก็โทรมาพอดี อี้ชิงรีบกดรับสาย และทันใดนั้นเสียงทุ้มก็ตวาดเขากลับมาทันที

“อี้ชิง! ฉันให้เวลาครึ่งชั่วโมงนะ เขาเริ่มประชุมกันแล้ว ทำไมยังไม่มาอีก”

“ผมขอโทษครับ แต่ผม...”

“ไม่ต้องแต่ รีบมาเดี๋ยวนี้!”

“แต่ผมเจอชานยอลนอนจมกองเลือดอยู่ในห้องน้ำ คุณยังจะให้ผมรีบไปหาคุณอีกงั้นเหรอครับ”

การประชุมถูกยกเลิกทันทีหลังจากที่คริสวางสายลง พนักงานในบริษัทต่างงงงวยกับท่าทีของผู้บริหารสูงสุดของ W.corporation แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดอะไร ชายหนุ่มหลุดมาดของนักธุรกิจมาดเข้ม เหลือเพียงแค่ชายคนหนึ่งที่รู้สึกกลัวจนเปิดเผยความรู้สึกภายในออกมาจนหมด

เขาพึ่งรู้ในวินาทีนั้นว่าสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือการเสียชานยอลไป

คริสและจื่อเทาขับรถตามอี้ชิงมาที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ซึ่งตอนนี้ทางโรงพยาบาลนำผู้ป่วยไปรักษาก่อนแล้ว เมื่อไปถึงหน้าห้องฉุกเฉิน ดวงตาคมก็มองหาลูกน้องของตนไม่นาน อี้ชิงก็รีบเดินเข้ามาหาทันที

“ชานยอลล่ะ ชานยอลเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มถามด้วยความร้อนรนจนอี้ชิงตกใจ แต่ก็สามารถซ่อนความรู้สึกเหล่านั้นไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะรายงานในสิ่งที่ตัวเองไปเจอมาให้คริสได้ทราบอย่างละเอียด

“ตอนนี้ชานยอลอยู่ในความดูแลของหมอแล้วครับ ผมเข้าไปเจอชานยอลสลบอยู่ในห้องน้ำ แล้วมีเศษแก้วอันใหญ่ที่คาอยู่ที่มือซ้าย ส่วนมือด้านขวาถูกกรีดเป็นแผลลึกแถมยังจุ่มลงไปในน้ำอีก เลือดเลยไหลออกเร็วมากขึ้น ตอนที่ผมเจอชีพจรก็เต้นอ่อนมากแล้ว แต่โชคยังดีที่พามาโรงพยาบาลทัน ตอนนี้เลยให้เลือดกับเย็บแผลอยู่ครับ”

“ทำไม...ทำไมชานยอลถึงทำอะไรแบบนั้นกัน...คิดอะไรอยู่”

“คุณน่าจะถามตัวเองดูนะครับ ว่าคุณทำอะไรกับชานยอลไว้บ้างเผื่อคุณก็ได้คำตอบในสิ่งที่สงสัยไป อ้อ! แล้วก็ผมเจอสมุดเล่มหนึ่งอยู่บนโซฟา หวังว่าคุณคริสอ่านครบทุกหน้าแล้วจะหาคำตอบเจอนะครับ”

อี้ชิงส่งสมุดสีครีมที่เขาจำได้ว่ามันคือไดอารี่ของชานยอลมาให้เขา คริสรับมันไว้แล้วอี้ชิงก็ขอตัวลาพร้อมกับลากจื่อเทาไปด้วย ทิ้งให้เขายืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพียงคนเดียว

คริสยังคงมองสมุดเล่มเล็กในมือแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างก่อนจะเริ่มเปิดไดอารี่ของชานยอลดู

20.05.20xx
ผมโดนทำโทษเพราะผมอยากไปให้ไกลจากที่นี่
แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือผมถูกขังอยู่ในที่ที่เรียกว่าบ้าน
แต่ทำไมผมรู้สึกว่าบ้านหลังนี้มันเหมือนคุกเหลือเกิน

21.05.20xx
จะไม่ให้ออกไปไหนเลยใช่มั้ย
ทำไมใจร้ายขนาดนี้ เห็นเราเป็นแค่สัตว์เลี้ยงอย่างนั้นเหรอ
เรายังเป็นมนุษย์อยู่ใช่มั้ย?

28.05.20xx
วันนี้เล่นเน็ตไม่ได้ ทีวีก็ดูไม่ได้
ออกไปไหนก็ไม่ได้
อึดอัดจัง...ทำไมมันถึงรู้สึกหายใจไม่ออกขนาดนี้กันนะ

30.06.20xx
จะทนได้มั้ยนะไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตายางเลย
ทำเหมือนเราไม่ใช่คน นี่เราเป็นอะไรกันแน่

02.08.20xx
อีก 1 สัปดาห์จะเปิดเทอมแล้ว
เราจะได้ไปเรียนหนังสือมั้ย
คิดถึงเซฮุน คิดถึงแบคฮยอน

01.10.20xx
จะให้ทำยังไงถึงหลุดพ้นได้
ทำยังไงถึงจะหนีไปได้สักที

15.10.20xx
ต้องให้อดทนไปอีกนานแค่ไหน
ต้องร้องไห้อย่างนี้ไปอีกถึงเมื่อไร
ผมร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตาให้ร้องอีกต่อไปแล้วนะครับ

02.12.20xx
ทรมานเหลือเกิน...

18.12.20xx
แค่หายใจยังไม่มีแรงจะหายใจเลย

20.12.20xx
วันนี้คุณคริสกลับมา จะค้างอยู่ที่นี่จนถึงวันไหนนะ
ผมขยะแขยงในตัวคุณมาก คุณรู้รึเปล่า
หึ...คงไม่รู้สินะ เพราะคุณก็ไม่เคยเห็นหัวผมอยู่แล้วนี่

21.12.20xx
อดทนอีกนิดนะชานยอล อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวเขาก็กลับไปหาคู่หมั้นของเขาแล้ว

22.12.20xx
ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว
ไม่อยากถูกขังอย่างนี้อีกต่อไปแล้ว
ถ้าทางเดียวที่จะออกไปจากที่นี่ได้คือต้องตาย
ผมก็จะยอมตาย
คุณช่างใจร้ายเหลือเกิน...
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้
วันนั้นผมจะไม่ยอมออกจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้ามากับคุณเด็ดขาด

คริสปิดหนังสือลงเมื่ออ่านไดอารี่หน้าสุดท้ายจบลง ใบหน้าที่หลายคนมักจะมองว่าเย็นชา ในตอนนี้ก็ยังคงนิ่งสนิท มีเพียงน้ำใส ๆ ที่คลอหน่วยอยู่ที่เบ้าตา คริสพยายามกระพริบตาไล่น้ำใสเหล่านั้นออกไป

เขาจะมาร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉินแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ

“คุณคริสครับ ชานยอลกำลังจะย้ายไปที่ห้องพิเศษแล้วนะครับ”

อี้ชิงเดินมารายงานผลหลังจากที่คุยกับคุณหมอเกี่ยวกับอาการของชานยอลเรียบร้อยแล้ว ก็พาเจ้านายเดินตามเตียงที่มีร่างของเด็กชายน่ารักที่ยังคงหลับตานิ่งสนิท โดยมีทั้งถุงน้ำเกลือและถุงเลือดห้อยระโยงรยางค์เต็มไปหมด

ดวงตาคมมองใบหน้าที่ซีดเซียวซึ่งยังหลับไม่ได้สติ สะท้อนในอกว่าสิ่งที่ชานยอลเลือกที่จะทำในตอนนี้มันก็คือผลลัพธ์ในสิ่งที่เขาทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ความรู้สึกของเด็กหนุ่มมาตลอดเวลา

“คุณคริสจะกลับหรือจะอยู่ต่อครับ ช่วงบ่ายคุณมีนัดกับลูกค้า...”

“ยกเลิกตารางทั้งหมด ฉันจะอยู่ที่นี่จนกว่าชานยอลจะตื่น”

“ครับ” อี้ชิงรับคำก่อนจะเดินออกไปจากห้องนี้พร้อมกับจื่อเทา ทำให้ทั้งห้องเหลือเพียงเขาและชานยอลเท่านั้น ร่างสูงลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าคนป่วย ดึงมือขาวซีดขึ้นมากุมเอาไว้เบา ๆ

“ขอโทษ”

“...”

“ได้ยินรึเปล่าชานยอล”

“...”

“ฉันรักเธอนะ...เด็กน้อยของฉัน”











ชานยอลคิดว่าแผนที่เขาวางเอาไว้มาตลอดหลายเดือนมันจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

แต่ภาพแรกเมื่อลืมตาขึ้นมากลับกลายเป็นเพดานสีขาวสะอาด กลิ่นยาคละคลุ้ง แถมความเจ็บที่ข้อมือด้านขวามันยังปวดหนึบ ๆ อยู่ตลอดเวลา เหลือบตามองไปด้านขวามือของตัวเองก็เห็นขวดน้ำเกลือและถุงเลือดที่ห้อยระโยงรยางค์อยู่ เท่านั้นชานยอลก็เดาได้แล้วว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

“ตื่นแล้วเหรอ”

เสียงทุ้มที่ดังจากด้านหลังทำเอาชานยอลถึงกับชะงัก ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองด้านหลัง ดังนั้นชานยอลจึงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินและหลับตาลงอย่างรวดเร็ว

คริสที่เห็นคนป่วยขยับตัวขยุกขยิกได้สักพักแล้ว ก็วางเอกสารในมือลง แล้วค่อย ๆ ย่องเข้าไปหาชานยอลที่กำลังมองขวดน้ำเกลือและถุงเลือดบนหัวอยู่ เอ่ยทักทายคนป่วยที่นอนหลับไปสองวันเต็ม ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าชานยอลไม่ตอบสนองแถมยังหลับตาหนีเขาอีก

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะดุกับท่าทางหลบหนีแบบนี้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว...

ร่างสูงเดินอ้อมไปที่เตียงอีกฝั่ง ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าคนป่วยที่ยังคงหลับตาปี๋ ฝ่ามืออุ่น ๆ ประทับที่กระหม่อมบางแล้วลูบช้า ๆ จนคนที่แกล้งหลับถึงกับแปลกใจ

“ขอบคุณที่ไม่เป็นอะไรมากนะ”

“...”

“เด็กดีของฉัน ลืมตาขึ้นมาคุยกันหน่อยได้มั้ยครับ”

เสียงละมุนหูนั้นแปลกไปอย่างที่ชานยอลไม่เคยได้ยินมาก่อน ดวงตากลมใสนั้นค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาตามเสียงที่บอก เห็นใบหน้าของคนที่ทำร้ายเขาซ้ำ ๆ อยู่ทุกวันที่ระบายยิ้มจาง ๆ อยู่ตรงหน้า...บางที ตอนนี้ชานยอลอาจจะกำลังฝันอยู่ก็ได้

“ยังเจ็บอยู่รึเปล่า”

เสียงนั้นถามอีกครั้ง ชานยอลยังไม่หายตกใจกับสิ่งที่ได้เจอในตอนนี้ แต่ก็ส่ายหน้าช้า ๆ แทนคำตอบ

“ดีแล้วที่ไม่เจ็บ งั้นเดี๋ยวฉันไปตามหมอมาก่อนนะ”

คริสพูดจบก็ลูบหัวชานยอลอีกหนึ่งทีก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้เด็กหนุ่มมองตามอย่างสงสัยว่าคนตรงหน้าคือคริสจริง ๆ งั้นเหรอ หรือตอนนี้เขายังไม่ตื่นจากความฝันอีก

หลังจากให้คุณหมอตรวจเช็คบาดแผลที่ข้อมือ และเช็คร่างกายอีกนิดหน่อย คุณหมอก็บอกกับเขาว่าให้พักฟื้นที่โรงพยาบาลอีกสามวันก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว และเมื่อทั้งห้องเหลือเพียงแค่คริสกับชานยอลอีกครั้ง เด็กหนุ่มก็เผลอเกร็งตัวขึ้นมาอัตโนมัติ เพราะไม่รู้ว่าคริสจะกลายเป็นคนใจร้ายเหมือนเดิมอีกรึเปล่า

“อยากกินอะไรมั้ย เดี๋ยวจะให้อี้ชิงซื้อเข้ามาให้”

เสียงทุ้มถามขึ้น ชานยอลเหลือบตามองคริสที่เดินเข้ามายืนข้างยืน แล้วยิ้มบาง ๆ ให้เขา

“ไม่ครับ”

“แต่ชานยอลยังไม่กินอะไรเลยนะ เอาข้าวผัดดีมั้ย”

“ผมไม่หิวครับ” ชานยอลปฏิเสธแล้วพลิกตัวหนีไปอีกทาง ความรู้สึกที่ถูกทำร้ายมาตลอดเวลายังคงติดอยู่ภายในใจ จะให้เขาพูดดีกับคริสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมันคงจะเป็นไปได้ยากเหลือเกิน

“ถ้างั้นเดี๋ยวให้อี้ชิงซื้อโจ๊กร้อน ๆ มาให้แล้วกันนะ”

ไม่มีเสียงขานรับอีก มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมาเท่านั้น คริสจึงยอมถอยกลับไปนั่งที่โซฟาเหมือนเดิม ส่วนชานยอลที่กำลังสงสัยในสิ่งที่คริสกำลังทำก็ได้แต่ข่มตาลง แล้วพยายามหลับไปทั้งอย่างนั้น

กลิ่นหอมของโจ๊กร้อน ๆ กำลังกวนใจชานยอลเป็นอย่างมาก ดวงตากลมข่มตาภายใต้ผ้าห่ม ร่างกายคุดคู้ตัวไม่ให้เสียงท้องร้องดังจนคนด้านนอกได้ยิน แต่เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องมานานถึงสองวันเต็ม ๆ สุดท้ายแล้วความหิวก็เอาชนะทุกอย่าง

“ชานยอล กินโจ๊กสักหน่อยนะ”

“...”

“โจ๊กกำลังร้อนเลย เดี๋ยวมันเย็นแล้วจะไม่อร่อยนะ”

“ตื่นมากินเถอะครับชานยอล”

ชานยอลได้ยินเสียงพี่อี้ชิงก็ค่อย ๆ แง้มผ้าห่มออก ดวงตากลมหันไปมองทางพี่อี้ชิงแล้วยิ้มออกมา นานแล้วที่ชานยอลไม่ได้เจอกับอี้ชิง ในตอนนี้พี่อี้ชิงก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย

“พี่อุตส่าห์ไปต่อคิวซื้อโจ๊กเจ้าดังมาให้ชานยอลนะ ทานสักหน่อยเถอะครับ”

ชานยอลเชื่อฟังอี้ชิง แต่ก็ต่อต้านคริสเล็ก ๆ ดึงถ้วยโจ๊กที่คริสจะป้อนให้มาถือไว้เอง แล้วตักกินพลางมองแต่อี้ชิง ทำราวกับคริสเป็นอากาศธาตุเท่านั้น อี้ชิงเห็นแล้วก็อมยิ้มกับการเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเด็กหนุ่ม รอจนกระทั่งชานยอลกินโจ๊กเสร็จ ชานยอลก็ยังชวนเขาคุยต่อไม่หยุด

“พี่อี้ชิงมีแฟนยังครับ”

“ยังไม่มีหรอกครับ”

“ผมไม่เจอพี่อี้ชิงหลายเดือนเลย พี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับ”

“ขอบคุณที่ชมอย่างนั้นครับ”

คริสมองบทสนทนาของลูกน้องและเด็กของเขาแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยที่ทั้งสองทำเหมือนกับว่าเขาไม่มีตัวตนในห้องนี้ บทสนทนาเหล่านั้นคงจะดำเนินต่อไปถ้าเสียงทุ้มไม่เอ่ยขัดขึ้นมา

“อี้ชิง”

“ครับบอส”

“อีกสามวันชานยอลจะออกจากโรงพยาบาล กลับไปแล้วช่วยไปจัดการที่เพ้นท์เฮ้าส์ด้วยนะ”

“ได้ครับ”

“ผมไม่กลับ”

เป็นครั้งแรกตั้งแต่ตื่นมาที่ชานยอลพูดกับคริส ดวงตากลมฉายแววมาดมั่น ยืนยันในสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอดให้คริสรับรู้ยังไงเขาก็จะไม่มีวันกลับไปที่กรงขังนั้นอีกเด็ดขาด

“ไม่กลับได้ยังไง ก็ที่นั้นมันคือบ้าน – ”

“บ้านงั้นเหรอครับ...แต่ทำไมผมรู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นคุกมากกว่าล่ะครับ”

“...”

“ที่คุณขังผมมานานเกือบปีมันยังไม่สาแก่ใจของคุณอีกงั้นเหรอครับคุณคริส”





TBC.

#CMDD_KY



Reply to this topic



  



Also tagged with one or more of these keywords: #CMDD_KY

0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users