Jump to content


Photo

Stupid cupid (2/5)

#Cupid_KY

No replies to this topic

#1 THE E11EVEN ♠ KY

THE E11EVEN ♠ KY

    Administrator

  • Administrators
  • PipPipPip
  • 75 posts

Posted 27 July 2019 - 03:07 PM

SF : Stupid cupid

Author : OranGeSpineL

 

Chapter : 02

 

 

 

 

แท็ก #Cupid_KY 

 
 
 
 
 

เผลอแปบเดียวเจ้ากามเทพฝึกหัดก็มาใช้ชีวิตอยู่กับผมได้เกือบสัปดาห์แล้ว และผม...นอกจากจะเป็นไอ้อาจารย์หื่นกามที่เอาแต่หลอกหาเศษหาเลยกับลูกศิษย์จอมใสซื่อแล้วก็ไม่ได้ให้วิชาการจับความรู้สึกมนุษย์อะไรอย่างที่มันต้องการเลย เพราะงั้นเนื่องในโอกาสที่วันนี้เป็นวันหยุดผมก็เลยหาเวลาว่างพาชานยอลมาที่ห้างสรรพสินค้า

 

เราเลือกที่นั่งในร้านเบเกอรี่ใจกลางห้างใกล้ลานน้ำพุที่ผมมั่นใจว่าจะมีคู่รักมากมายเดินผ่านไปมาเพื่อให้เหมาะกับบทเรียนของเราในวันนี้ ผมตั้งใจว่าจะพาเจ้ากามเทพซื่อบื้อมาสังเกตคู่รักหลากหลายรูปแบบเพราะคิดเอาเองว่าก่อนที่จะไปจับคู่ให้ใครได้เขาควรจะรู้ก่อนว่าความรักในโลกมนุษย์มันมีกี่รูปแบบ แต่ในขณะที่ผมกำลังสอดส่ายสายตาเพื่อจะมองหาคู่รักแบบต่างๆ อยู่นั้น ก้อนสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้ากลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินไอศกรีม

 

“นี่ไอ้กามเทพ ช่วยสนใจบทเรียนของกูด้วยครับ” ผมว่าแล้วก็กระชากแก้วคุกกี้แอนด์ครีมตรงหน้าออกห่างจากปากไอ้กามเทพตะกละ เขายู่ปากทันทีที่ถูกขัดจังหวะก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นสนอกสนใจเมื่อรับรู้ได้ว่าบทเรียนกำลังจะเริ่ม

 

แหม นี่เป็นกามเทพหรือกิ้งก่าอ่ะครับ เปลี่ยนสีเก่งจริง

 

“ก่อนที่มึงจะไปจับคู่ให้ใครเขาได้มึงต้องรู้ก่อนว่าคู่รักบนโลกเนี่ยมันมีกี่ประเภท ไม่ใช่แค่หญิงกับชาย แต่มันยังมีชายรักชายหญิงรักหญิงทอมกับกะเทยมากมายหลายแบบไปหมด...” ผมเริ่มต้นบทเรียนอย่างเป็นทางการและชานยอลก็ฟังอย่างตั้งออกตั้งใจ คงเพราะมีพื้นฐานในด้านการจับความรู้สึกคนเจ้ากามเทพตัวขาวถึงได้เรียนรู้ได้ไวเหลือเกิน หรือจะเป็นเพราะข้อตกลงที่ว่าถ้าเรียนเสร็จไวจะได้กินไอศกรีมอีกถ้วยก็ไม่รู้ แต่ใช้เวลาไม่นานผมก็สอนเรื่องลักษณะความรักขั้นพื้นฐานจบ แล้วก็ต้องรักษาสัญญาด้วยการสั่งไอศกรีมอีกถ้วยมาเป็นรางวัลให้เด็กนักเรียนคนเก่ง

 

“อ่ะ ไอ้กามเทพไหนลองบอกกูซิว่าคู่นั้นเป็นอะไรกัน” ในฐานะที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้มันไปหมดแล้วก็ถึงเวลาที่ผมจะให้มันทำแบบทดสอบท้ายบทเรียน

 

“เพื่อน” และแน่นอนว่าชานยอลตอบถูก

 

“แล้วคู่นั้นล่ะ”

 

“อืม...ไม่แน่ใจนะ แต่คิดว่าน่าจะเป็นแฟน” เทพจริงครับ ตอบถูกอีกแล้ว งั้นลองเจอคำถามยากสุดไปเลยเป็นไง ถ้าตอบได้จะให้ร้อยคะแนนเลย

 

“แล้ว...คู่นี้ล่ะ” ผมว่าแล้วก็ชี้นิ้วมาที่ตัวเองสลับกับเด็กที่นั่งตรงข้าม ชานยอลทำตาโตด้วยความประหลาดใจ ใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่ถึงได้รู้ว่ากำลังโดนผมหลอกเต๊าะ

 

“เป็นอาจารย์กับลูกศิษย์ไงครับ”

 

“ผิด” ดวงตาที่โตอยู่แล้วยิ่งเบิกกว้างเข้าไปใหญ่ เพิ่มเติมคือแก้มที่พองลมและคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเพราะสงสัยว่าคำตอบนั้นของเขามันผิดตรงไหนกันแน่ “เป็นแฟนกันต่างหาก”

 

“พี่คริสอ่ะ”

 

กว่าจะตามเกมส์พี่ทันคงต้องฝึกอีกหลายวันนะครับน้องกามเทพ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เผลอแปบเดียวไอ้กามเทพตัวยุ่งก็มาใช้ชีวิตอยู่กับผมได้สองสัปดาห์แล้ว ชานยอลเรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็วสมกับเป็นเทพที่มาจากสวรรค์ ทั้งในเรื่องที่ผมสอนให้และการใช้ชีวิตในแบบมนุษย์ ถ้าดูจากภายนอกชานยอลก็แทบไม่ต่างอะไรกับเด็กผู้ชายทั่วไป จะพิเศษก็ตรงที่มีญาณวิเศษเหนือกว่าคนทั่วไปเท่านั้นแหละ ผมไม่รู้ว่ามันจะเรียนรู้เรื่องที่ผมสอนให้ได้มากน้อยแค่ไหน ไม่รู้ว่าไอ้วิชากากๆ ที่ผมสอนไปจะช่วยมันได้จริงหรือเปล่า รู้เพียงอย่างเดียวว่าเราแม่งเข้ากันได้ดีชิบหายและตลอดสองเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมามันก็ทำให้ผมมีความสุขและผูกพันกับมันได้อย่างน่าประหลาด

 

เหมือนอย่างเช่นวันนี้ที่จะต้องอยู่ทำโปรเจ็คจบที่ตึกคณะแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเสร็จกี่โมง อาจต้องกลับดึกหรือดีไม่ดีก็อาจจะต้องนอนค้างที่นี่เลย และนั่นก็ทำให้ผมนึกเป็นห่วงไอ้กามเทพเด๋อด๋าที่ห้องขึ้นมาว่ามันจะอยู่ยังไง ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมถึงกับต้องกลับบ้านตรงเวลา ซื้ออาหารติดมือกลับมาทุกวัน แถมยังต้องละเว้นการออกไปมั่วสุมเสพอบายมุขจนชาวแก็งค์เริ่มสงสัยว่าผมแอบซุกเมียไว้ที่ห้องหรือเปล่า

ไม่ใช่เมีย แต่ยิ่งกว่าเมียอีกโว้ยย

 

‘พี่คริส...’ นี่ไง สำคัญแค่ไหน ถึงกับต้องโทรรายงานอ่ะคิดดู

 

“ทำไรอยู่”

 

‘นั่งเขียนรายงานอยู่ครับ’ อ้อ หมายถึงไอ้รายงานบ้าบอที่จะต้องสรุปเอาไว้อ่านทบทวนแล้วก็ส่งให้ไอ้ทูตสวรรค์อะไรนั่นน่ะเหรอ เห็นมันจดอะไรยิกๆ ของมันได้ทุกวี่ทุกวันอย่างกับการบ้านเด็กประถม

 

“วันนี้กูกลับดึกนะ หรือบางทีอาจจะไม่กลับเลย”

 

‘อ้าว’ นึกออกเลยว่าแม่งจะต้องกำลังทำหน้าเหมือนปลาทองหิวอาหารอยู่

 

“ต้องปั่นโปรเจ็คส่งอ่ะ คืนนี้มึงนอนคนเดียวได้ใช่มั้ย” เพราะปกติเรานอนด้วยกันทุกคืนไง ใช่ ฟังไม่ผิดหรอกครับ นอนด้วยกัน แต่ไม่ต้องคิดไปไกลนะ ไอ้ที่ต้องนอนน่ะเพราะหอผมมันมีห้องนอนห้องเดียว แล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรอื่นไกลนอกจากการนอนด้วย และนี่ก็จะเป็นคืนแรกบนโลกมนุษย์ของไอ้กามเทพติ๊งต๊องที่จะต้องนอนคนเดียว

 

‘รีบๆ ทำให้เสร็จก็ไม่ได้เลยเหรอครับ’ ได้ยินเสียงหงอยๆ แบบนั้นแล้วก็อยากจะรีบปั่นงานแล้วกลับไปโอ๋ใจแทบขาด แต่นี่มันโปรเจ็คจบไงไม่ใช่การบ้านทั่วไปที่จะทำลวกๆ ให้พอผ่านๆ ไปได้นะโว้ย

 

“ไม่ได้ นี่โปรเจ็คจบกูนะโว้ย ทำมั่วแล้วไม่ผ่านเรียนไม่จบขึ้นมาทำไง”

 

‘อ่า เหรอครับ’ พอได้ยินเสียงหวานยิ่งหงอยลงไปก็นึกอยากจะตบปากตัวเองซักที ชานยอลก็แค่เป็นห่วงไงแล้วดูผมดิ่ ไม่ได้รักษาน้ำใจมันเลย ‘ถ้าอย่างงั้นก็ตั้งใจทำงานนะครับพี่คริส ผมอยู่คนเดียวได้ไม่เป็นไรหรอก’

 

“เอาเป็นว่ากูจะรีบทำแล้วกัน หาอะไรในตู้เย็นกินไปก่อนนะ มีอะไรก็โทรมาหากู” จริงๆ ก็อยากจะพูดกับน้องให้ดีกว่านี้ อยากบอกมันว่าเป็นห่วงนะดูแลตัวเองด้วย แต่ไอ้แบคเพื่อนผมคือแอบมองหนักมากแล้วไง แล้วแม่งก็กำลังทำสีหน้าสงสัยว่าผมแอบคุยกับใครอยู่ตั้งนานสองนานด้วย

 

‘ครับ’

 

“โทรรายงานเมียเหรอวะคริส”  ผมรีบกดวางสายทันทีที่ไอ้แบคฮยอนแหกปากแซว ไม่อยากให้ชานยอลได้ยินเสียงอุบาทๆ ของมัน ไม่อยากให้เขาได้รับรังสีสกปรกจากเสียงของไอ้แบค

 

“เสือก” ผมพูดแค่นั้นแล้วก็รีบไปปั่นงานเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับไอ้เพื่อนเวรให้เสียเวลา  รีบไปทำงานแล้วกลับไปนอนกอดไอ้เด็กหน้าหวานที่ห้องดีกว่าครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จะตีสามแล้วพี่คริสยังไม่กลับเลยอ่ะ แล้วผมก็กำลังนอนไม่หลับด้วย ทั้งที่เขาโทรมาบอกแล้วนะว่าจะกลับดึกหรือไม่ก็ไม่กลับแต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังแอบรออยู่ดี

 

ผมมาอยู่ที่นี่เป็นวันที่สิบสี่แล้ว และทุกวันก็ได้รับการดูแลจากคนที่ท่านทูตสวรรค์เลือกเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ผมไม่รู้ว่าผู้ชายคนอื่นบนโลกมนุษย์เขาอยู่ด้วยกันยังไง ไม่รู้ว่าผมแปลกมั้ยที่นอนให้พี่คริสกอดทุกคืน ผมไม่รู้ว่าผู้ชายคนอื่นเขาพูดกันยังไง เขาคุยเรื่องอะไรกันแล้วเรื่องพวกนั้นมันทำให้ใจสั่นเหมือนที่พี่คริสพูดกับผมมั้ย ไม่รู้ว่าผู้ชายคนอื่นเขาสัมผัสกันได้มากแค่ไหน จะถึงขนาดที่เอาปากมาจูบที่แก้ม ที่ต้นคอ หรือที่ต้นขาเหมือนที่พี่คริสทำกับผมหรือเปล่า แล้วถ้าคนอื่นทำกันแล้วเขาใจสั่นเหมือนผมไหม แล้วผู้ชายคนอื่นในโลกเขานอนคนเดียวได้ไหม จะนึกถึงใครจนนอนไม่หลับเหมือนผมหรือเปล่า

 

แล้วผมก็นอนไม่หลับเลยจนกระทั่งพี่คริสกลับมา

 

เขาเปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ แล้วก็เดินมาหาผมที่เตียงโดยไม่ยอมเปิดไฟ คงจะกลัวรบกวนผมใช่ไหมล่ะ ใจดีจริงๆ เลยพี่คนนี้

 

เขาเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างผมแล้วก็กดริมฝีปากลงมาที่แก้ม แล้วก็ต้องประหลาดใจที่เห็นว่าผมยังนอนลืมตาแป๋วอยู่เลย

 

“กูทำให้มึงตื่นเหรอ”

 

“เปล่าครับ ยังไม่ได้หลับเลย”

 

“เอ้า”

 

“พี่ไม่อยู่ ผมก็เลยนอนไม่หลับ” พี่คริสเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียงเพื่อให้เรามองหน้ากันได้ชัดขึ้น แล้วพอได้เห็นหน้าเขาก็รู้สึกง่วงขึ้นมาทันทีเลยล่ะครับ

 

“ทำไมอ่ะ กลัวผีเหรอ”

 

“กามเทพไม่กลัวผีหรอกครับ” กามเทพที่ไหนจะกลัวผีอ่ะ ถามอะไรเหลวไหลชะมัดเลยพี่คริส

 

“งั้นทำไมไม่ยอมนอน ไม่ง่วงเหรอ”

 

“รอพี่คริส”

 

“คิดถึงกูเหรอ”

 

“ไม่รู้ครับ” คิดถึงคืออะไรผมไม่เข้าใจหรอก ก็บอกว่านอนไม่หลับเพราะรอพี่คริสไงพูดแค่นี้ไม่เข้าใจหรือไงหะ

 

“นอนไม่หลับเพราะรอกู...” พี่คริสแทรกตัวขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกัน ทำให้ผมต้องขยับตัวหนีอย่างช่วยไม่ได้แต่ก็หนีไปได้ไม่ไกลเพราะโดนแขนยาวๆ รั้งเอวเข้าไปกอดไว้เสียก่อน เนี่ย ผมรู้สึกแปลกๆ แบบใจเต้นตึกตักอีกแล้วไง ไอ้อาการร้อนวูบวาบใจสั่นหน้ามืดตาลายแบบนี้โลกมนุษย์เขาเรียกว่าอะไร จะเรียกว่าใกล้ตายเหมือนโลกกามเทพมั้ยนะ

 

“...แบบนี้เขาเรียกว่าคิดถึง รู้ไว้ซะ”

 

ทำไมเวลาจะคิดถึงใครต้องรู้สึกเหมือนจะตายแบบนี้ด้วยล่ะ ความรู้สึกของมนุษย์นี่น่ากลัวจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตั้งแต่คืนนั้นที่พี่คริสสอนให้ผมรู้จักกับความรู้สึกคิดถึงของมนุษย์ ผมก็รีบจดบันทึกมันลงในรายงานเพื่อป้องกันการลืม อันที่จริงผมจดทุกอย่างที่พี่คริสสอนลงในรายงานบันทึกความรู้ที่เอาติดลงมาจากสวรรค์ด้วย แล้วยิ่งได้เรียนรู้หลายอย่างผมก็พบว่ามันเริ่มยากที่จะทำความเข้าใจ เพราะงั้นเมื่อสบโอกาสเหมาะๆ ที่พี่คริสอยู่ห้องผมก็เลยลองถามเขาดู

 

“พี่คริส...”

 

“ว่า” พี่หน้าโหดที่กำลังนอนคว่ำเล่นเกมส์rovอยู่ข้างๆ ผมบนเตียงตอบทั้งที่ยังไม่ยอมละสายตาออกมาจากเกมส์ในมือ

 

“พวกมนุษย์จะสามารถเขินกัน คิดถึงกัน เป็นห่วงกันโดยที่ไม่รักกันได้มั้ย”

 

“มึงถามยากจังวะ”

 

“ก็ผมสงสัย” ผมพยายามทำเสียงเล็กเสียงน้อยเพื่อเรียกร้องความสนใจแต่ไม่ว่าจะทำยังไงพี่คริสก็ไม่ยอมทิ้งเกมส์ในมือ และถ้าเขาไม่ตอบผมก็จะต้องค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นและไม่สามารถเขียนรายงานต่อได้

 

นี่มันเรื่องสำคัญมากนะครับ เหมือนผมได้ผ่านบทเรียนทุกอย่างมาแล้ว ได้เรียนรู้ และบางครั้งก็ได้รู้สึกด้วยตัวเอง แต่ความรู้สึกของมนุษย์มันซับซ้อนกว่านั้นไง ต่อให้ผมจะรู้ความรู้สึกทุกอย่างแต่ผมก็ไม่สามารถเข้าใจหัวใจของมนุษย์จริงๆ ได้หรอก เพราะงั้นผมถึงต้องการความช่วยเหลือจากพี่คริส แต่ดูเขาดิ่ไม่ได้สนใจผมเอาซะเลย

 

“พี่คริสสสส”

 

“อะไร” ดูเอาเถอะ ขนาดว่าผมเรียกเสียงอ่อนเสียงหวานขนาดนั้นเขาก็ยังไม่สนใจ ไอ้เกมส์ต่อสู้นั่นมันดียังไง ดีกว่าลูกศิษย์ที่เขาต้องสอนภายในเวลาจำกัดแค่หนึ่งเดือนอย่างผมเหรอ

 

“สนใจผมหน่อยสิ” เอาซี้ อยากจะรู้นักว่าเจอลูกอ้อนเข้าไปแล้วยังจะใจแข็งได้อยู่หรือเปล่า ถ้าพี่คริสจะไม่สนใจผมก็จะไม่ยอมแพ้เหมือนกัน แล้วไอ้ทักษะขี้เอาชนะพวกนี้ก็ต้องโทษเขานั่นแหละที่เป็นคนสอนผม

 

ผมเปลี่ยนท่านั่งจากการที่นั่งขัดสมาธิเขียนหนังสือไปเป็นการนอนหงายอยู่ข้างๆ พี่คริสและพยายามจะยื่นหน้าเข้าไปขัดขวางคนที่กำลังจริงจังกับการเล่นเกมส์

 

“อะไรของมึงวะไอ้กามเทพ” นี่ผมทั้งอ้อนทั้งเบียดยังไม่สนใจ ต้องให้อ้อนยิ่งกว่านี้ใช่มั้ยถึงจะยอม เอาซี้ งั้นมาสู้กันซักตั้งเถอะพี่คริส!

 

“พี่คริสครับ” ผมเรียกเสียงหวาน พยายามใช้ตัวนุ่มนิ่มเบียดเข้าใส่ ยื่นใบหน้าไปใกล้ๆ เพื่อจะทำลายสมาธิเขา แต่พี่คริสก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากไปกว่ากระพริบตา

 

“พี่คริสสสส” ผมยิ่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จนแทบจะจุ้บแก้มเขาได้อยู่แล้ว “พี่คริสขา...”

 

“ตะกี้มึงเรียกกูว่าไงนะไอ้กามเทพ” เฮ้ย อะไรอ่ะ บทจะหันมาก็หันมาง่ายๆ อย่างงี้เลยเหรอ

 

“...” ผมตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ตะกี้ทั้งเบียดทั้งสีแทบตายพี่คริสไม่เห็นสนใจเลย แล้วนี่อะไรแค่เรียกพี่คริสขาเขาก็หันมาง่ายๆ อย่างงี้เลยเหรอ

 

“พี่คริสขาเหรอ? ไปเอามาจากไหน”

 

“ผม ไม่รู้...” เอาล่ะ ผมทำให้พี่คริสเลิกสนใจเกมส์ในมือได้แล้ว และตอนนี้เขาก็กำลังหันมาสนใจผมแทน

 

“ถามจริง ใครสอนมา”

 

“ไม่มีครับ”

 

“แล้วที่พูดออกมาน่ะรู้ความหมายหรือเปล่า” ผมไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิด แล้วทำไมพี่คริสต้องจริงจังขนาดนั้น แต่ตอนนี้เขากำลังเลื่อนหน้ามาใกล้ๆ เพื่อจะคาดคั้นผม ยิ่งโพสิชั่นระหว่างเราในตอนนี้ผมกำลังนอนหงายอยู่ข้างๆ เขาที่นอนคว่ำเพียงแค่ขยับตัวนิดเดียวก็ดูเหมือนว่าพี่คริสจะขึ้นคร่อมผมได้แล้ว

 

“ไม่รู้ครับ” ผมตอบอย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้จะตกใจและเอ่อ เขินใช่มั้ย พี่คริสเคยบอกว่าอาการใจสั่นเวลาอยู่ใกล้ใครเรียกว่าเขิน อื้อ ใช่ เขินนั่นแหละ แต่เพราะมันสงสัยมากกว่าไง แล้วผมก็กำลังอยากได้คำตอบด้วยว่าแค่เรียกพี่คริสขานี่มันผิดตรงไหน ทำไมเขาจะต้องซักไซ้อะไรขนาดนี้ด้วย “แล้วมันหมายความว่าไงเหรอครับ”

 

“เวลาเรียกพี่คริสขาเนี่ยนะ...” คนตัวโตที่ยังคร่อมผมไว้เท้าศอกกับเตียงแล้วก้มลงมาใกล้ๆ เพื่อจะตอบคำถาม และไม่รู้ทำไมผมถึงได้รู้สึกไม่ปลอดภัยเอาซะเลย “...เขาเรียกว่ายั่ว”

 

“แล้ว...” กำลังจะถามต่อว่ายั่วคืออะไรแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ได้ถาม เพราะริมฝีปากบางๆ โดยพี่คริสกลืนกินเข้าไปหมดแล้ว เขาจูบผมไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่ แต่ที่มันแตกต่างจากครั้งไหนๆ ก็คือโพสิชั่นของเรา เรากำลังจูบกันโดยที่ผมนอนหงายอยู่ใต้ร่างเขา นี่มันเหมือนท่าของพวกมนุษย์เวลาจะร่วมรักกันชะมัด แต่ระหว่างเราคงไม่ถึงขั้นนั้นหรอกมั้ง พี่คริสคงจะแค่แกล้งผมเล่นเหมือนทุกครั้งน่ะแหละ

 

“ตะกี้มึงถามว่าอะไรนะ” ดีใจจังที่พี่คริสยังจำได้ว่าผมมีข้อสงสัยอยู่

 

“ผมถามว่าพวกมนุษย์จะสามารถเขินกัน คิดถึงกัน เป็นห่วงกันโดยที่ไม่รักกันได้มั้ย” แล้วผมก็รีบทวนคำถามนั้นอย่างว่องไวเลย

 

“ไม่ได้หรอก ถ้าเราคิดถึงหรือเป็นห่วงใครซักคนได้ก็หมายความว่าเรา...รักเขา”

 

เดี๋ยวนะ!!!

 

“งั้นถ้าผมคิดถึงพี่คริสตอนพี่คริสไม่อยู่ห้องก็หมายความว่า...”

 

“มึงรักกูไงไอ้กามเทพ”

 

“แต่ผมเป็นกามเทพนะครับ ผมจะไปรักมนุษย์ได้ยังไง”

 

“แล้วเรื่องของความรู้สึกมันห้ามกันได้เหรอวะ คนมันจะรักกันต่อให้มึงเป็นสาหร่ายอยู่ใต้ท้องทะเลกูก็รักมึงได้” เห...พี่คริสเพิ่งจะบอกว่ารักผมเหมือนกันอย่างงั้นเหรอ แล้วพี่คริสจะรักผมได้ยังไง ผมไม่ใช่มนุษย์ซะหน่อย

 

“พี่คริสก็รักผมเหมือนกันเหรอครับ”

 

“พูดขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกเหรอไอ้กามเทพอ่อนหัด”

 

“ครับ ผมไม่เข้าใจ”

 

“กูก็รักมึงเหมือนกัน จบมั้ย” ผมไม่รู้ว่าเวลามนุษย์บอกรักกันแล้วเขารู้สึกยังไง เคยได้ยินมาว่าพวกเขามักจะดีใจ ตื้นตันใจหรือบางครั้งก็ร้องไห้ แต่สำหรับผมมันมีแต่ความสงสัยและความงง

 

“แล้วพี่คริสรักผมได้ยังไงครับ”

 

“แล้วมึงล่ะ รักกูได้ยังไง กูไม่เห็นจะมีอะไรดีเลย พูดจาก็หยาบคายแถมยังใจร้ายกับมึงอีก”

 

“พี่คริสไม่ใจร้ายนะครับ ออกจะใจดีแล้วก็ดูแลผมดีสุดๆ ไปเลย นี่ถ้าไม่มีพี่คริสผมก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ยังไงเหมือนกัน” ผมก็แค่พูดออกไปตามความจริง แต่พี่คริสกลับเขินหน้าดำหน้าแดงเสียยกใหญ่ ใบหน้าหล่อพยายามกลั้นยิ้มจนมุมปากกระตุกไปหมด แต่ถึงยังไงเขาก็ซ่อนแววตาแห่งความดีใจเอาไว้ไม่ได้เพราะเราอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง แล้วผมก็เห็นหมดแล้วด้วย “อ้อแล้วอีกอย่างพี่คริสก็หล่อแล้วก็หุ่นดีมากๆ ด้วย กอดก็อุ่น แล้วก็...จูบเก่งด้วยครับ” ผมพูดข้อดีทุกอย่างที่จะนึกได้ออกไปแล้วก็ดูเหมือนว่ามันจะทำให้พี่คริสเริ่มทนไม่ไหวจนต้องทำอะไรสักอย่าง

 

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็หยุดพูดอะไรโง่ๆ ได้แล้วไอ้กามเทพ”

 

“นี่ผมชมอยู่นะ มีคริสจะมาทำร้ายผมได้ไง”

 

“มันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด แต่ถ้ามึงยังไม่หยุดทำตาแป๋วๆ แบบนั้นใส่กูมึงจะได้เจ็บตัวจริงๆ แน่”

 

“เจ็บตัวยังไงเหรอครับ” ผมก็ยังไม่เข้าใจที่พี่คริสพูดอยู่ดีอ่ะ นี่ผมกำลังชื่นชมเขาจากใจจริงเลยนะ แล้วพี่คริสจะตอบแทนคำชมของผมด้วยการทำให้ผมเจ็บตัวได้ไง ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

 

“เพราะมึงกำลังยั่วกูไง แล้วถ้ากูมีอารมณ์ขึ้นมากูก็จะ...ปล้ำมึง” ปล้ำ...หมายถึงร่วมรักกันอ่ะนะ พี่คริสจะทำแบบนั้นกับผมจริงๆ เหรอ

 

“พี่คริสจะทำแบบนั้นกับผมได้ยังไง ผมไม่ใช่มนุษย์ซักหน่อย”

 

“ทำได้สิ ไม่เชื่อก็ลองดู…”

 

 

 

 

 

 

TBC

 

#Cupid_KY

 

 





Reply to this topic



  



Also tagged with one or more of these keywords: #Cupid_KY

0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users