Jump to content


Photo

Charle and Kris (2/3)

#ชาร์ลแอนด์คริส

No replies to this topic

#1 THE E11EVEN ♠ KY

THE E11EVEN ♠ KY

    Administrator

  • Administrators
  • PipPipPip
  • 86 posts

Posted 23 June 2019 - 12:15 PM

SF : Charle and Kris

Author : gsnowa

 

Chapter : 02

 

 

แท็ก #ชาร์ลแอนด์คริส

 

 

 

 

 

 

ชาร์ลไม่ยอมปรับปรุงตัวตามคาด คริสจึงตัดสินใจใช้ไม้แข็งส่งลูกน้องไปคุมพฤติกรรมเจ้าตัวในโรงเรียนอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งเด็กฝรั่งเริ่มหงุดหงิดและยอมเป็นเด็กดีขึ้นมาบ้าง หลายครั้งที่คริสนึกอยากโทรให้เจ้าเพื่อนเวรมารับลูกชายกลับไปเสียที แต่พอนึกถึงบุญคุณที่ฌอนเคยมีให้ตนสมัยเรียนก็ทำไม่ลง

เผลอแป๊ปเดียวพวกเขาก็ใช้ชีวิตด้วยกันเกือบครึ่งปี ชาร์ลรู้เพียงว่าคริสอายุสามสิบสี่ เป็นชาวฮ่องกงที่มีเชื้อแคนาเดียน ทำธุรกิจส่วนตัว รวยมาก แต่ไม่เคยรู้อะไรมากกว่านั้นเพราะชายหนุ่มล็อคห้องทำงานกับห้องนอนเอาไว้ตลอดเวลาและไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังแม้แต่น้อย

ช่างเถอะ เรามันก็แค่ผู้อาศัยนี่นะ ไม่เห็นจำเป็นต้องรู้ประวัติชีวิตตาลุงนั่นสักหน่อย

ช่วงบ่ายแก่ๆ อันน่าเบื่อหน่ายในวันอาทิตย์ ลูกน้องที่คริสส่งมาเฝ้าตามปกติเพิ่งกลับไปเพราะหมดเวลางานแล้วเด็กหนุ่มจึงได้ฤกษ์แกะบุหรี่ที่แอบซื้อมาสูบ เขาเริ่มสูบมันตั้งแต่อายุสิบหกปีจากการแนะนำของเพื่อน แม้รู้ว่าการอัดนิโคตินเข้าปอดไม่ดีนักแต่ยอมรับว่ามันทำให้รู้สึกโล่งโปร่งสบายอย่างประหลาด และแน่นอนว่าสูบให้คนที่นี่เห็นไม่ได้

ร่างโปร่งในชุดคลุมผ้าซาตินลายมังกรกับกางเกงขาสั้นพ่นควันสีเทาหม่นอยู่บริเวณขอบหน้าต่าง คริสไม่รู้ว่าเขาแอบจิ๊กเสื้อราคาแพงตัวนี้ไว้ตอนคนของบริษัทซักรีดเอามาส่งเพราะรู้สึกชอบ สวมแล้วรู้สึกฟีลเหมือนเจ้าพ่อมาเฟียยังไงชอบกล ยอมรับว่าสำหรับเด็กที่ใช้ชีวิตในอเมริกาตั้งแต่เกิดการได้มาขลุกกับวัฒนธรรมเอเชียก็ทำให้เขาตื่นตาตื่นใจไม่น้อย

RRRRRRRRRRRRRRRRR

โทรศัทพ์ในกระเป๋าเสื้อคลุมสั่นครืด ชาร์ลคาบบุหรี่เอาไว้ในปากก่อนหยิบมันขึ้นมาดู

7-LU : ไง ทำไรอยู่

ลู่หาน...เพื่อนห้อง A ที่ชาร์ลเพิ่งรู้จักมาได้สักพักหลังกรอกใบสมัครเข้าร่วมชมรมดนตรีสากล โดยเจ้าตัวเป็นนักร้องเสียงสวรรค์ประจำชมรมส่วนเขาเป็นมือกีตาร์

CL PARK : ดูดบุหรี่ ยูล่ะ

7-LU : นั่งแกร่ว

7-LU : เบื่อชะมัด

7-LU : คืนนี้ว่างไหมอยากชวนไปเที่ยวบาร์ Kiss

CL PARK : ว่าง แต่ไปไม่ได้

7-LU : ฮ่าๆ ลืมไปว่าพ่อคนที่สองของยูโหดเอาเรื่อง

7-LU : ถ้าลำบากไม่ต้องหรอก เดี๋ยวโดนดุ

CL PARK : ขอดูก่อน อยากไปจริงๆ :)

“บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าห้ามสูบ”

สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ เจ้าของเพนท์เฮาส์ก็โผล่มาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง คริสมองเด็กวายร้ายซึ่งนอกจากแอบสูบบุหรี่แล้วยังถือวิสาสะเอาเสื้อคลุมของตนไปใส่อย่างไม่สบอารมณ์นัก ในขณะที่ชาร์ลยันตัวลงจากขอบหน้าต่างลุกตรงมาหาทั้งที่ยังคาบบุหรี่ในปาก

“สูบแล้วทำไมหรอ”

อ้าริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้ควันสีหม่นตีใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างกวนประสาท คริสตีหน้านิ่ง ดวงตาแข็งกร้าววาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาไม่ได้ห้ามเพราะเหม็นกลิ่นของมันหรืออะไรเพราะตัวเขาเองก็สูบบ้างเป็นครั้งคราว แต่ที่ห้ามเพราะเห็นว่าชาร์ลยังเด็กต่างหาก

“เพราะเธอเพิ่งอายุสิบเจ็ดไง”

“สิบเจ็ดก็โตเป็นควายแล้ว ยูเคยพูดเองนะ”

คริสกำหมัดแน่น ความอดทนของเขามีจำกัดและมันก็ลดพุ่งพรวดอย่างรวดเร็วนับแต่รับเจ้าเด็กนรกชาร์ลี ปาร์คมาดูแล และตอนนี้กลีบปากเจื้อยแจ้วเจือกลิ่นบุหรี่ฉุนจัดกับดวงตาสีขี้เถ้าอันเย่อหยิ่งนั่นกำลังทำให้ชายหนุ่มมีน้ำโหถึงขีดสุด

“จะเล่นแบบนี้กับฉันใช่ไหมชาร์ล”

“แบบนี้หมายถึงแบบไหน...อื้อ!”

ชั่วพริบตาคริสกระชากบุหรี่อันนั้นทิ้งแล้วแทนด้วยริมฝีปากของตนเองทันที ชาร์ลตกใจจนทำอะไรไม่ถูกที่โดนจู่โจม เท่านั้นไม่พอเกลียวลิ้นร้ายกาจยังชอนไชรุกล้ำไปทั่วจนหัวใจของเด็กน้อยซาตานเต้นรัวแรงดั่งกลองชุด เมื่อรู้สึกว่าอากาศหายใจใกล้หมดลงแต่คริสไม่ยอมผละออกจึงตัดสินใจออกแรงกัดสุดแรงจนลุงเพื่อนพ่อจึงได้แผลเลือดซิบกลับไปเป็นรางวัล

จากนั้นทั้งสองก็เอาแต่ยืนจ้องหน้ากันนิ่งนานโดยไม่มีใครพูดอะไรเป็นครั้งแรก คริสยกยิ้มเมื่อเห็นแววหวาดหวั่นฉาบบนดวงหน้าได้รูป หึ ให้มันรู้ซะบ้าง…คุ้มค่าที่เสียเลือดไปอยู่หรอก

“ต่อไปนี้ถ้ายังเห็นว่าสูบบุหรี่ ฉันจะจูบเธออีก”

 

 

 

 

 

ชาร์ลยังขบคิดประโยคนั้นอยู่แม้เวลาจะผ่านมากว่าสามวัน

ทำไมกัน...กับอีแค่ประโยคขู่ธรรมดาๆ ทำไมต้องเก็บมาคิด...ทำไมต้องใจเต้น...อย่าบอกนะว่าเขาหวั่นไหวกับตาลุงเพื่อนพ่อที่แก่กว่าถึงสิบเจ็ดปีเข้าให้เสียแล้ว...บ้าน่ะ

Hi, Devil”

“ลู่หาน?” เจ้าของฉายาหันไปมองอย่างนึกฉุนเล็กน้อย ฉายาเดวิลคือสิ่งที่คนตัวเล็กมักใช้เรียกเขาอันมีที่มาจากพฤติกรรมสุดโต่งหลายอย่างของชาร์ล เป็นพวกเดียวกับคริสหรือไงชอบสรรหาอะไรแปลกๆ มาเรียกเขาอยู่ได้ รายนั้นก็เด็กผีบ้างล่ะ เด็กเปรตบ้างล่ะ เด็กนรกบ้างล่ะ ดีๆ ทั้งนั้น

“เมื่อไหร่จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน รอนานแล้ว”

“เฮ้ออ ช่วงนี้คริสอยู่บ้านทุกวันเลย...” เงียบไปครู่หนึ่งเหมือนนึกอะไรออก “Wait ไม่สิ ได้ยินว่าคืนนี้เขาต้องไปคุยงานที่มาเก๊า ไออาจพอแว่บไปเที่ยวกับยูได้”

“แล้วพวกลูกน้องเขาล่ะ”

“เดี๋ยวนี้คริสไม่ค่อยให้มาเฝ้าแล้ว”

“อ๋อ”

ลู่หานเป็นลูกคนเดียวของสองสามีภรรยานักการทูตชาวจีนและถูกเลี้ยงมาด้วยเงินแทนความรักความเอาใจใส่เหมือนกับเขา บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด มีเพื่อนในฮ่องกงไม่มากนักที่ชาร์ลรู้สึกสบายใจเวลาพูดคุยและลู่หานคือหนึ่งในนั้น

“จะว่าไปคุณคริสเขาเท่ดีเหมือนกันเนอะ ยูว่างั้นมั้ย” โพล่งขึ้นขณะนั่งมองอีกฝ่ายสูบบุหรี่ ชาร์ลได้ยินดังนั้นก็ถึงกับชะงัก

“งั้นหรอ”

“อื้อ เคยเจอตัวจริงในงานเลี้ยงครั้งนึง มาดยังกับเจ้าพ่อ”

“ลองมาเป็นไอสักวันสิ แล้วจะได้รู้ว่าคุณคริสสุดเท่ของยูน่ะขี้บ่นขนาดไหน น่ารำคาญ” ฟังจบคนตัวเล็กก็หัวเราะร่า ซึ่งชาร์ลไม่รู้เหมือนกันว่าตลกตรงไหน

“โถ่ แต่เราว่าเขาก็ดูแลชาร์ลดีออก”

“ไอกลับห้องเรียนล่ะ แล้วไว้จะติดต่อไป”

นับแต่ถูกควบคุมพฤติกรรมจริงจังก็แทบไม่ได้ไปไหนนอกจากบ้านและโรงเรียน แน่นอนว่ามันทำให้ชาร์ลี ปาร์คผู้แสนจะรักอิสระเบื่อหน่ายอย่างมาก ตอนอยู่อเมริกาเขาแฮงก์เอาท์กับเพื่อนทุกสัปดาห์เสียด้วยซ้ำ แต่คืนนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้แว่บไปเปิดหูเปิดตาบ้าง

หลังเลิกเรียน เด็กหนุ่มกลับไปนั่งกินข้าวดูหนังได้ราวสองชั่วโมงคริสก็กลับมาถึง เรียวปากอิ่มลอบยกยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายหายเข้าไปในห้องพักใหญ่ก่อนกลับออกมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า

“ฉันต้องไปคุยงานที่มาเก๊าหนึ่งวัน แล้วก็ไม่มีใครว่างมาเฝ้าเธอ” คริสพรูลมหายใจ “เพราะฉะนั้นดูแลตัวเอง โอนเงินเข้าบัญชีให้แล้ว มีอะไรฉุกเฉินโทรหาอี้ชิงเอา”

OK”

“อย่าก่อเรื่องเชียวล่ะ”

Don’t worry! คุยงานให้สนุกนะ”

พยายามข่มความระริกระรี้เอาไว้อย่างแนบเนียนที่สุด รออีกสักชั่วโมงให้แน่ใจว่าคริสไปแล้วจริงๆ จึงลุกขึ้นแต่งตัว ปกปิดใบหน้าด้วยหมวกกับผ้าปิดปาก นับว่าโชคดีที่กล้องวงจรปิดที่คนตัวสูงติดไว้เสียและยังไม่ได้ซ่อม ไม่อย่างนั้นทุกอย่างคงลำบากกว่านี้

“ไอกำลังออกจากบ้าน”

(โอเค เจอกันที่ร้าน)

ชาร์ลเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งยังบาร์ Kiss ลู่หานนั่งรออยู่แล้วบริเวณโต๊ะมุมร้าน คืนนี้ฮัลโลวีนพอดีเลยมีหลายคนแต่งตัวประหลาดๆ ปนมาบ้าง เพื่อนคนสวยของเขาเองก็ไม่น้อยหน้า มาในลุคแวมไพร์เจ้าสเน่ห์แบบเรียบง่ายด้วยคอนแทคเลนส์สีเทากับสโมคกี้อาย

“ยูนี่น่าอิจฉาจัง มีตาสวยๆ แบบนี้ตั้งแต่เกิดไม่ต้องพึ่งคอนแทค”

“สมัยประถมโดนล้อแทบแย่ เพื่อนบอกว่าเหมือนตาผี” ตอบเรียบๆ ขณะมองเงาสะท้อนของตัวเองจากขวดเหล้า โรงเรียนที่เคยเรียนตอนเด็กมีคนตาสีขี้เถ้าแบบนี้มีไม่มากเท่าใดนักเขาจึงถูกมองว่าแปลก บวกกับหน้าตาผสมเค้าโครงเอเชียอีกเลยยิ่งเป็นเป้าเข้าไปใหญ่

“เหรอ แต่ไอไม่คิดแบบนั้นนะ สวยดีออก”

ลู่หานจับจ้องดวงตาที่บอกว่าชอบนักชอบหนาไม่ลดละขณะหยิบเครื่องดื่มสีแดงเข้มขึ้นมาจิบ พร้อมทั้งบุ้ยใบ้ให้ชาร์ลหยิบอีกแก้วที่สั่งไว้ให้ขึ้นมาลองบ้าง

“มันคืออะไร”

“เมนูพิเศษช่วงฮัลโลวีนของทางร้าน เรียกว่า Vampire’s blood ทำมาจากเหล้ารัม โคล่า แล้วก็เกรนาดีน ลองดูสิ”

ยุมาขนาดนี้ยังไงก็คงต้องลอง ยอมรับว่ารสชาติมันวิเศษกว่าที่ชาร์ลคาดไว้พอสมควร ทั้งสองจิบไปคุยไปจนกระทั่งเหลือเพียงลูกเชอรี่สำหรับตกแต่ง ลู่หานกัดลูกมันเข้าปากเคี้ยวกรุบๆ จนเหลือแต่ก้านเอาไว้ให้เพื่อนต่างห้องงุนงงเล่น

“เค้าว่ากันว่าถ้าใครผูกก้านเชอร์รี่ด้วยลิ้นได้แสดงว่าจูบเก่ง ยูทำได้ไหม”

No….อย่าบอกนะว่ายูทำได้น่ะ”

“รอดูแล้วกัน”

ก้านเชอร์รี่อันน้อยหายเข้าไปในปากลู่หานสักพัก ไม่นานมันก็กลายสภาพเป็นก้านที่ถูกมัดปมเรียบร้อย ชาร์ลถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ไม่คิดว่าคนหน้าบ้องแบ๊วเหมือนกระต่ายน้อยจะทำอะไรแบบนี้คล่องกับเขาด้วย ลู่หานขยันหาอะไรมาให้เขาประหลาดใจได้ตลอดจริงๆ

“ทำได้เนี่ยแสดงว่าจูบเก่งหรอ”

“ถ้าอยากรู้ว่าไอจูบเก่งหรือเปล่า....ก็ลองพิสูจน์สิ”

ดวงหน้าสวยหวานเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ชาร์ลนิ่งไปสักพัก เขาเคยจูบกับผู้ชายมาหลายคนแต่ก็นานแล้ว ถึงกระนั้นหนุ่มฝรั่งก็ยังยอมให้เพื่อนใหม่ในต่างแดนแนบริมฝีปากลงมาอย่างนุ่มนวล รับรู้ถึงรสชาติของเครื่องดื่มเลือดแวมไพร์จากอีกฝ่ายได้ชัดเจน

สังเกตจากลีลาการใช้เกลียวลิ้นไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลู่หานจึงผูกก้านเชอร์รี่เก่งนัก เห็นหน้าซื่อตาใสแบบนี้ร้ายใช่ย่อย...ทว่าทุกอย่างกลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อเด็กเสิร์ฟเดินมาสะกิดแผ่นหลังของชาร์ลพร้อมทั้งยื่นกระดาษเล็กๆ แผ่นหนึ่งให้

“โทษนะครับ ผู้ชายโต๊ะ 2 ฝากมา”

ทั้งสองมองหน้ากันขณะชาร์ลเปิดมันออกอ่านด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เหมือนกำลังจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น...แล้วก็ใช่จริงๆ ข้อความในนั้นทำเอาขนอ่อนทั้งตัวพร้อมใจกันลุกเกรียว

 

หนีเที่ยวสนุกไหม? เดินมาหาฉันภายในหนึ่งนาที เดี๋ยวนี้!!!

K.

 

“ใครคือเคน่ะ อย่าบอกนะว่า...คุณคริส?”

“อือ ขอโทษทีไอคงต้องไปก่อน ตาแก่กำลังพิโรธหนัก”

ด้านหนุ่มใหญ่วัยสามสิบสี่ก็กำลังกระเดือกเหล้าแก้วที่ห้าลงคออย่างหงุดหงิด หากงานที่มาเก๊าไม่ถูกแคนเซิลกะทันหันและลูกน้องหนึ่งไม่บังเอิญเห็นเด็กฝรั่งเดินเข้ามาในบาร์แห่งนี้ก็คงไม่ได้รับรู้ว่าเจ้าตัวฝ่าฝืนคำสั่งแอบหนีเที่ยวตอนดึกดื่นต่อไป

ประเด็นคือหนีเที่ยวอย่างเดียวว่าแย่แล้ว นี่ไปนั่งจูบกับคนอื่นอีก...ให้ตายเถอะ!!! คริสปวดหัวกับการเลี้ยงดูปีศาจชาร์ลี ปาร์คเหลือเกิน ฌอนก็ไม่ค่อยได้ติดต่อมาพักใหญ่แล้วบอกว่ายังรุ่งๆ เรื่องสะสางปัญหาชีวิต อยากบอกเหลือเกินว่าลูกชายเจ้าตัวก็เป็นปัญหาชีวิตชิ้นใหญ่ของเขาเช่นกัน

“มีอะไร...อ๊ะ...ไอเจ็บนะ! ปล่อย!”

ทันทีที่เด็กฝรั่งปรากฏตัว ร่างสูงก็ไม่รอช้ากระชากข้อมือผอมบางเดินออกทางด้านหลังร้านทันที ชาร์ลนิ่วหน้าไปตลอดทางเพราะนอกจากบีบข้อมือแรงเหมือนจะฆ่ากันให้ตายแล้วยังเดินจ้ำอ้าวเร็วยังกับรีบไปไล่ควายที่ไหน คนบ้าอะไรแรงโคตรเยอะ

Kris! It’s hurt!!!”(มันเจ็บนะ!)

“เจ็บสิดีจะได้หลาบจำ”

กริ๊ก!

What?!”

ถึงกับตกใจจนประมวลภาษาจีนในสมองไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายหยิบกุญแจมือจากคอนโซลหน้ามาทำการล็อคข้อมือทั้งสองข้างของเขาเข้าด้วยกัน จากนั้นจากัวร์คันงามจึงห้อตะบึงไปตามท้องถนนจนถึงเพนท์เฮาส์ ชาร์ลี ปาร์คในตอนนี้เรียกได้ว่าแทบไม่ต่างอะไรกับผู้ร้ายถูกตำรวจควบคุมตัว

“ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง! ยูทำแบบนี้กับไอไม่ได้!”

“ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อเธอเป็นเด็กในปกครองของฉัน และ เธอ ฝ่า ฝืน คำ สั่ง

“แค่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนเอง...”

“เพื่อนกันเค้าจูบแลกลิ้นกันแบบนั้นเหรอ”

“ยูไม่เข้าใจ!!”

จัดการล็อคข้อมือเด็กหนุ่มไว้กับเสาเตียงในห้องนอนอย่างแน่นหนา เจ้าตัวถึงกับเบิกตาโพลง ความอวดดีทั้งหมดหายวับไปแทบจะทันที เขาเคยดูหนังแนวระทึกขวัญมาเยอะ ถ้า....ถ้าตัวจริงของคริสเป็นตาแก่โรคจิตแล้วคิดจะขังเขาไว้ที่นี่ตลอดกาลล่ะ?

Fuck!! Let me go!!! Now!!!!!!”(ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!)

“สำนึกตนในนี้ไปจนกว่าฉันจะพอใจ” ร่างสูงกล่าวเรียบๆ อย่างไม่ยี่หระ

“ถ้าไออยากเข้าห้องน้ำ...”

“จมกองฉี่ตัวเองไปเถอะ”

Damn it!!!! แล้วยูจะล็อคไอไว้แบบนี้อีกนานแค่ไหน!!!”

“จนกว่าฉันจะพอใจไงล่ะ”

คำตอบที่ได้รับทำเอาช็อคกว่าเดิม ก่อนร่างสูงจะเดินออกไปนั่งดื่มเหล้าต่อโดยทิ้งเขาให้โดนล่ามเป็นหมากับหัวเตียงแบบนั้น มิไยที่จะตะโกนคอแตกอย่างไรก็ไม่ได้รับความเห็นใจ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงเสียงโวยวายแหบพร่าค่อยๆ เงียบลง ร่างสูงในชุดคลุมปักลายมังกรจึงลุกขึ้นจากโซฟาเดินโงนเงนเพราะฤทธิ์ความเมาไปสังเกตการณ์ว่าเด็กฝรั่งเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง ปรากฏว่าเจ้าตัวหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว

“หึ สิ้นฤทธิ์จนได้”

“...”

“เวลาไม่พยศก็น่ารักดีอยู่นี่”

ปลายนิ้วหยาบไล้ไปตามพวงแก้มขาวนวล ริมฝีปากของชาร์ลยังแดงจัดจากการดื่มแวมไพร์บลัด ไม่น่าเชื่อว่ายามหลับกลับดูเหมือนเป็นคนละคน ดวงหน้าจิ้มลิ้มอ่อนเยาว์นี่ก็น่ารังแก วินาทีนั้นราวกับมีอะไรบางอย่างหรืออาจเป็นฤทธิ์แอลกอฮอล์เชื้อเชิญให้คริสแนบกลีบปากลงกับอวัยวะเดียวกันอย่างกระหาย

เหล้ารัม โคล่า เกรนาดีน พ่วงรสเชอร์รี่ด้วยนิดหน่อยเข้าท่าไม่เบา หวานชะมัด...

“อืม...”

ชาร์ลเริ่มรู้สึกตัวแต่ยังตื่นไม่เต็มที่นักเพราะฤทธิ์เหล้าที่ดื่มกับลู่หานมาก่อนหน้าบวกกับความง่วงงุน ดวงตากลมสวยสีขี้เถ้าปรือเยิ้มน่าเอ็นดู เขาได้ยินเสียงคริสสั่งการบางอย่างตามด้วยของเหลวสีอำพันที่ถูกบังคับให้ดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า

“ว็อดก้ายี่ห้อนี้รสชาติดีใช่ไหม”

“....Enough”(พอแล้ว)

“เห็นหนีเที่ยวแสดงว่าอยากดื่มไม่ใช่หรอ เอามาให้ดื่มแล้วไง”

Get away from me…”(ออกไปห่างๆ เลย)

Sorry, I can’t”(โทษที ฉันทำไม่ได้)

เขาจัดการคราบเหล้าที่เปรอะลงมาถึงคางเด็กหนุ่มด้วยปลายลิ้น ในตอนนี้คำว่าผิดชอบชั่วดีคงต้องถูกลบจากพจนานุกรมชีวิตชั่วคราว ริมฝีปากร้อนผ่าวของทั้งสองโรมรันพันตูกันอีกครั้ง หรือพูดให้ถูกคือคริสเป็นฝ่ายต้อนและรุกล้ำเสียจนชาร์ลี ปาร์คจนมุม

ลืมสิ้นว่าอีกฝ่ายคือลุงเพื่อนพ่อ...ลืมสิ้นว่าอีกฝ่ายคือลูกชายเพื่อน

I really hate you…Kris”(ไอล่ะเกลียดยูจริงๆ คริส)

So what?”(แล้วยังไง?)

Go to hell”( ไปลงนรกซะ)

“หึ ยังไปไม่ได้หรอก เพราะฉันต้องจัดการกับเธอก่อน”

ข้อมือข้างซ้ายของชาร์ลยังถูกพันธนาการไว้เมื่อคนแก่กว่าจัดการปลดกระดุมเสื้อจนหมดทุกเม็ด เขาไม่สามารถประคองสติรับรู้ว่าตาแก่ทำอะไรกับร่างกายของตนเองมากนัก รู้เพียงว่ามันเสียวสะท้านซาบซ่านจนร่างกายแทบไม่ติดเตียง จนเสียงหอบครางแหบๆ เพิ่มวอลุ่มขึ้นเรื่อยๆ

Kris…what…are…you…doing….”(ทำอะไรน่ะ)

just….sex”(ก็แค่...เซ็กส์)

Ah! Please please…It’s hurt!!”(ได้โปรด มันเจ็บ!)

Stop panicking, You will be fine.”(ไม่ต้องกลัว เธอจะโอเค)

เจ็บ...

นั่นคือสิ่งเดียวที่ชัดเจนเมื่อลุงคริสสอดใส่บางอย่างเข้ามาในร่างกาย ชาร์ลเคยมีอะไรกับคนอื่นสองสามครั้งแค่ไม่เคยเป็นฝ่ายตั้งรับมาก่อน ทว่าไม่นานความเจ็บปวดก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นวูบโหวง หวาดเสียว ปวดมวนในช่องท้อง และล่องลอยราวกับถูกดีดขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ

เจ้าสิ่งนั้นกระแทกกระทั้นเข้าหาเขาอย่างเนิบนาบทว่าล้ำลึก เรียวขาขาวถูกจับพาดไปบนบ่ากว้างราวมหาสมุทร เสียงกุญแจมือกระทบกับเสาหัวเตียงเป็นจังหวะดังแก๊ง แก๊ง เด็กฝรั่งรู้แล้วว่าเขากำลังถูกคริสทำอะไร แต่น่าแปลกที่มันไม่มีกระจิตกระใจโวยวายเท่าที่ควร เหมือนร่างกายมันชอบการกระทำเหล่านี้เหลือเกิน บ้าชะมัด เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ...

Uhm…oh…oh…my…god…ah…please…Kris…”

Daddy” เสียงทุ้มต่ำกระซิบสั่ง “Call me daddy…Charlie”(เรียกฉันว่าแด๊ดดี้ซะ ชาร์ลี)

Dad….dy….ah…..damn..it”(แด๊ดดี้...บ้าจริง)

Good”

การใช้ลิ้นผูกก้านเชอร์รี่ของลู่หานดูเด็กๆ ไปเลยเมื่อเทียบกับลีลารักของหนุ่มวัยสามสิบสี่ในขณะนี้ ชาร์ลกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเพิ่งสังเกตว่าบริเวณแผงอกข้างหนึ่งของคนตรงหน้าก็สักลายมังกรเอาไว้เช่นกัน ลายมังกรคล้ายแบบเดียวกับเสื้อคลุมตัวสวยที่เขาเคยขโมยมาใส่

“เป็นโรคไม่ชอบพูดภาษาอื่นเวลามีเซ็กส์หรอ” เอ่ยแซวเมื่อชาร์ลเอาแต่ร้องครางเป็นภาษาอังกฤษ เด็กหนุ่มสั่นศีรษะ ดวงตาคลอด้วยน้ำใสยังกับเตรียมจะร้องไห้

“...S…Sorry…I….”

“ไม่ได้ว่าอะไร แบบนี้ก็ดี”

Ah…daddy….it’s…ummm…”

What?”

…oh…ummm…it’s…so...deep…”(มัน...ลึกจัง)

How do you like it?”(ชอบไหมล่ะ)

N….no….way”(ไม่มีทาง)

Really?”(จริงเหรอ)

ขาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มเริ่มสั่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแทบห้อเลือด ฝ่ามือลูบสะเปะสะปะไปตามแผ่นหลังอีกคน มีบางครั้งเผลอจิกฝากรอยเล็บบ้างหากคริสก็หาได้ใส่ใจ สองพวงแก้มกลมแดงจัดและเห่อร้อนไปหมดเมื่อขอบสวรรค์ชั้นเจ็ดใกล้เข้ามาถึงเรื่อยๆ

เขาไม่อยากถึงจุดสุดยอดต่อหน้าตาลุงแก่เพื่อนพ่อที่เกลียดแสนเกลียด ทว่าทุกอย่างย่อมต้องเป็นไปตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย ภาพเบลอตรงหน้าเริ่มขาวโพลนขึ้นทีละนิด ทีละนิดเมื่ออีกฝ่ายควงสะโพกไม่ยั้งจนเสียงเนื้อกระทบกันดังแข่งกับเสียงกุญแจมือราวกับต้องการเฟ้นหาผู้ชนะ

Charlie…good…boy…ah…”(ชาร์ลี...เด็กดี)

I..I am…ah…god…ahhhhhhhh!!!”

Um…awesome!”(เยี่ยม!)

เด็กหนุ่มหอบถี่กายกระตุกสั่นติดกันหลายครั้งพร้อมกับแท่งเนื้อค่อยๆ สำลักของเหลวขาวขุ่นออกมา ความรู้สึกโล่งโปร่งเบาหวิวไปทั้งตัวแบบนี้เขาไม่เคยได้รับจากเซ็กส์ครั้งไหน คริสซึ่งยังไม่เสร็จดีเร่งเครื่องอีกครั้งจนร่างบางหัวสั่นหัวคลอนก่อนปลดปล่อยน้ำกามอุ่นๆ เข้าไปจนล้นทะลัก ทุกอย่างรวดเร็วไปหมดจนทั้งคู่ไม่อาจให้คำตอบว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าพวกเขายังทะเลาะกันจะเป็นจะตายอยู่เลย

แต่ในช่วงเวลาเพียงครู่เดียว ชาร์ลี ปาร์คกลับเสียซิงครั้งแรกให้ตาลุงแก่จอมดุเสียแล้ว...

I will tell my dad.”(ไอจะฟ้องพ่อ)

If you dare…”(ถ้าเธอกล้าล่ะก็นะ...)

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 





Reply to this topic



  



Also tagged with one or more of these keywords: #ชาร์ลแอนด์คริส

0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users