Jump to content


Photo

Bittersweet (3/4)

#bittersweet_ky

No replies to this topic

#1 THE E11EVEN ♠ KY

THE E11EVEN ♠ KY

    Administrator

  • Administrators
  • PipPipPip
  • 86 posts

Posted 20 April 2019 - 12:15 PM


SF : Bittersweet

Author : Yeolly Wu

Chapter : 03

 

แท็ก #bittersweet_ky

 

 

 

 

 

ยูอีเดินอุ้ยอ้ายอยู่ภายในห้องนอนของตัวเองหลังจากตัดสินใจได้ว่าเธอควรจะโละหนังสือเก่าๆที่ซื้อมาเก็บสะสมเอาไว้ทิ้งไปให้หมด  แน่นอนว่าของที่เคยผ่านมือคนอื่นมานักต่อนักย่อมไม่สะอาดสะอ้านเท่าที่ควรจะเป็น  เช่นนั้นเธอจึงเลือกที่จะยอมทิ้งของรักของหวงไปให้หมดด้วยเพราะเป็นห่วงสุขภาพของลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาในอีกไม่ช้านี้

 

ร่างบางโอบอุ้มหนังสือกองโตเอาไว้ในอ้อมแขน  ก่อนจะค่อยๆเดินไปวางมันลงในกล่องกระดาษที่มีหนังสือจำนวนหนึ่งวางกองอยู่ในนั้น  อายุครรภ์ที่ย่างเข้าสู่เดือนที่หกแล้วทำให้เธอขยับตัวได้ไม่สะดวกนัก  แต่กระนั้นเธอก็ทำเช่นนั้นอยู่ซ้ำๆจนกระทั่งหนังสือเก่าบนชั้นหนังสือหดหายไปกว่าครึ่ง  กระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูห้องดังแทรกขึ้นมา...เธอจึงหันไปมองตามเสียงนั้นก่อนจะพบว่าเป็นคริสนั่นเอง

 

“เฮ้...ทำอะไรของเธอน่ะยูอี”  เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเจ้าของห้องกำลังโอบอุ้มหนังสือกองโตเอาไว้ในอ้อมแขน  ซึ่งน้ำหนักของมันคงจะไม่ใช่เล่นๆเลยทีเดียว

 

“ว่าจะเอาหนังสือเก่าๆที่ฉันซื้อมาเก็บสะสมเอาไว้ไปทิ้งน่ะ

 

“เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ...ว่าแต่ทำไมถึงแบกของหนักขนาดนี้ล่ะ  มันอันตรายกับลูกนะ

 

“อ่า...ขอโทษทีนะ...ฉันลืมไปน่ะ”  หญิงสาวว่าพลางยิ้มออกมาเจื่อนๆเมื่อเธอลืมไปซะสนิทว่าไม่ควรยกของหนักๆแบบนี้

 

“ไม่เป็นไร...ว่าแต่ทำไมถึงจะเอาหนังสือพวกนั้นไปทิ้งซะล่ะ”  ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเมื่อพบว่าจำนวนของมันไม่ได้น้อยเลยทีเดียว  และเมื่อขึ้นชื่อว่าของสะสม...อย่างไรเสียมันก็ไม่ต่างจากของรักของหวงนั่นแหละ

 

“มันไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่น่ะ  ผ่านมือใครมาบ้างก็ไม่รู้...ไหนจะฝุ่นที่เกาะอยู่ตามซอกหนังสืออีก...ฉันกลัวว่ามันจะไม่ดีต่อสุขภาพของลูกก็เลยคิดว่าควรจะเอาไปทิ้งดีกว่า”  หญิงสาวว่าพลางจ้องมองหนังสือกองโตด้วยความรู้สึกเสียดายไม่น้อย

 

“อือฮึ...แต่รอฉันมาจัดการให้ก็ได้นี่นา...อีกตั้งหลายเดือนกว่าลูกจะออกมาลืมตาดูโลก...เธอจะรีบร้อนไปทำไมกันเล่า

 

“ไม่รู้สิ...พอตัดสินใจได้แล้วฉันก็ทำเลย...มันก็แค่นั้นแหละ

 

“ยัยบ๊อง”  คริสว่าพลางส่ายหน้าเบาๆอย่างไม่จริงจังนัก  ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ว่าที่คุณแม่และเอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน

 

“เธอไปพักผ่อนเถอะ  เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเก็บกวาดให้เอง

 

“แต่...

 

“เชื่อฉันเถอะน่า...ห่วงตัวเองบ้างสิ

 

“อื้ม...”  หญิงสาวพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะผละไปพักผ่อนตามที่อีกฝ่ายว่า  ร่างบางค่อยๆทรุดตัวลงนั่งบนเตียงก่อนจะมองตรงไปยังพ่อของลูกที่กำลังง่วนอยู่กับการหยิบหนังสือบนชั้นออกมาใส่ลงในกล่องเหมือนกับที่เธอทำเมื่อครู่  มองอยู่นานก่อนที่รอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้นบนเรียวปากที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีหวาน

 

หลังจากพิธีแต่งงานผ่านพ้นไป...แม้ว่าเธอกับคริสจะยังคงแยกกันอยู่เหมือนเดิม  แต่กระนั้นอีกฝ่ายก็มักจะแวะเวียนมาหาเธออยู่ทุกวันเพื่อช่วยดูแลในฐานะพ่อของเด็กในท้อง  ซึ่งเธอคิดว่าคริสสามารถประพฤติปฏิบัติหน้าที่นั้นได้ดีอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเลยทีเดียว

 

ว่ากันตามตรง...คริสทั้งใจดีและอบอุ่นอ่อนโยนจนเธอไม่รู้สึกอึดอัดกับการที่มีอีกฝ่ายมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเพื่อคอยดูแลเอาใจใส่  และการที่ชายหนุ่มแวะเวียนมาหาเธอทุกวันทำให้เราต่างก็สนิทสนมกันมากขึ้น  ถึงแม้ว่าเด็กในท้องจะเกิดมาจากความผิดพลาดของพวกเรา...แต่กระนั้นคริสก็ยังใจดีมาช่วยดูแลเธออย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกเหมือนต้องแบกรับความผิดพลาดทุกอย่างเอาไว้คนเดียว  และเหตุนั้นเองที่ทำให้เธอมักเผลอใจเต้นแรงอยู่บ่อยครั้งกับการกระทำอันแสนอบอุ่นของเขา  แม้จะรู้ดีว่าไม่ควรเพราะคริสเองก็มีชานยอลอยู่แล้ว...แต่กระนั้นการห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ให้คิดอะไรเกินเลยกับพ่อของลูกก็เป็นเรื่องที่ยากเกินไปสำหรับเธอจริงๆ

 

คริสเป็นคนดี...นั่นคือสิ่งที่เธอรู้ดีที่สุด

 

และการตัดใจ...เป็นสิ่งที่เธอควรทำเพื่อตอบแทนความดีของเขาอย่างนั้นใช่มั้ย...?

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

ร่างบางหอบข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาในห้องหลังจากที่ออกไปจับจ่ายซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับคอนโดของเจ้าตัว  ซึ่งของที่ซื้อมาส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวกอาหารสดกับเครื่องปรุงรสต่างๆที่ใกล้หมด  ซึ่งน้ำหนักโดยรวมของมันไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว  ชานยอลเริ่มเข้าใจคำว่าเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดก็วันนี้นี่เอง  รู้แบบนี้เขารอให้คริสพาไปซื้อของน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเดินฝ่าแดดฝ่าลมหิ้วของหนักๆกลับมาเองเป็นไหนๆ

 

“เหนื่อยจัง...”  ร่างบางว่าพลางเดินไปปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้เย็นขึ้น  หยาดเหงื่อที่ชุมโชกอยู่ตามผิวกายมันทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวเอาซะเลย  “รีบทำกับข้าวให้เสร็จแล้วค่อยไปอาบน้ำดีกว่าแฮะ”  ชานยอลพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย  วันนี้เป็นวันเกิดของเขา...เช่นนั้นเขากับคริสจึงตกลงกันว่าจะฉลองวันเกิดด้วยกันเงียบๆที่นี่  ซึ่งสิ่งที่ทำให้ชานยอลรู้สึกดีใจที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่ว่าในที่สุด...พวกเขาจะได้ใช้เวลาร่วมกันเสียทีหลังจากได้ยินแต่เสียงผ่านสายโทรศัพท์มาเป็นระยะเวลาสักพักใหญ่ๆแล้ว

 

ระยะหลังมานี้เขากับคริสไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก  เพราะนับวันยูอีก็ยิ่งท้องใหญ่ขึ้น...เวลาจะเดินไปไหนหรือขยับทำอะไรคงไม่สะดวกนัก  คริสจึงจำเป็นต้องคอยไปดูแลเธออย่างใกล้ชิดในฐานะพ่อของเด็ก  ซึ่งชานยอลเองก็เข้าใจในจุดนี้ดี  แม้บางครั้งจะรู้สึกน้อยใจไปบ้างที่คริสไม่มีเวลาให้เขาเหมือนเมื่อก่อน  แต่ชานยอลก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าพยายามปัดเรื่องน่ารำคาญใจเหล่านั้นทิ้งไปเสีย

 

Rrrr...

 

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือแผดเสียงร้องขึ้นมาขณะที่ร่างบางกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอาหารมื้อเย็นสำหรับการเฉลิมฉลองวันเกิด  ชานยอลละมือที่กำลังหั่นผักอย่างประณีตอยู่ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง  ดวงตากลมโตจ้องมองรายชื่อคนโทรเข้าที่เด่นหราอยู่บนหน้าจอก่อนจะเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย  มือบางจัดการกดรับสายและกรอกเสียงลงไป

 

“ว่าไง

 

( ทำอะไรอยู่ครับคนดี )

 

“กำลังทำมื้อเย็นอยู่น่ะ...ว่าแต่จะมาตอนไหนเหรอ?”

 

( คงอีกสักพักนั่นแหละ...ตอนนี้ฉันใกล้จะถึงบ้านยูอีแล้วล่ะ  อีกเดี๋ยวก็ถึงเวลามื้อเย็นแล้ว...รอให้ยูอีกินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วเดี๋ยวฉันไปหานะ )

 

“อื้อ...โอเค...ขับรถระวังๆด้วยแล้วกัน

 

( ครับที่รัก )

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

เป็นอีกวันที่ชายหนุ่มแวะเวียนมาดูแลยูอีที่บ้านของเธอเหมือนอย่างที่แล้วมา  ร่างสูงกล่าวทักทายพ่อแม่ของหญิงสาวด้วยความนอบน้อม...ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องของว่าที่คุณแม่ด้วยความคุ้นเคย

 

“มาแล้วเหรอ...”  เสียงหวานพูดขึ้นอย่างแผ่วเบาเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่เปิดประตูเข้ามา  คริสยิ้มรับก่อนจะหันไปปิดประตูลงตามเดิม

 

“โทษทีนะที่มาช้าไปหน่อย  มัวแต่เร่งปั่นงานส่งอาจารย์อยู่น่ะ

 

“อื้อ...ไม่เป็นไรหรอก

 

“เป็นยังไงบ้าง  ระหว่างที่ฉันไม่อยู่คงไม่ได้ห้าวลุกขึ้นมายกของหนักๆใช่มั้ย?”

 

“เปล่านี่...ฉันก็นอนอ่านหนังสืออยู่เฉยๆนี่แหละ  อย่าใส่ร้ายกันสิ

 

“ก็เธอชอบทำอะไรเกินตัวอยู่เรื่อยเลยนี่นา

 

“นายนี่บ่นเก่งจริงๆเลยให้ตายสิ...”  หญิงสาวว่าพลางกลอกตาไปมาเล็กน้อย  ก่อนจะเหลือบมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่แสงแดดไม่ได้แรงจัดเหมือนกับเมื่อสองสามชั่วโมงที่แล้วมา

 

“คริส...ฉันอยากลงไปนั่งเล่นในสวนน่ะ...พาลงไปหน่อยสิ

 

“ได้สิ...ค่อยๆลุกนะ”  ชายหนุ่มว่าพลางช่วยประคองหญิงสาวลงจากเตียงอย่างเบามือ  หน้าท้องที่ใหญ่ขึ้นตามอายุครรภ์ทำให้ทุกอย่างดูลำบากไปมากกว่าที่เคย

 

คริสพาหญิงสาวลงมาสูดอากาศเย็นสบายภายในสวนหลังบ้านตามคำขอของเธอ  ร่างบางค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งในซุ้มพักผ่อนก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณเบาๆกับอีกฝ่าย  คริสยิ้มรับก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆหญิงสาว

 

“หนาวหรือเปล่า?”

 

“นิดหน่อยน่ะ...แค่นี้สบายมาก”  หญิงสาวว่ายิ้มๆก่อนจะกระชับเสื้อคลุมให้แนบชิดกับผิวกายมากยิ่งขึ้น  อากาศที่เย็นขึ้นเพราะใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้เธออยากออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะเพื่อเที่ยวชมความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสี  แต่การอุ้มท้องไปเดินไกลๆคงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นัก  เธอจึงได้แต่นั่งๆนอนๆอยู่ในห้องของตัวเอง  หรือไม่ก็ให้คริสพาเธอลงมานั่งเล่นในสวนหลังบ้านอย่างวันนี้

 

“อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงกำหนดคลอดแล้ว...ได้คิดชื่อลูกไว้บ้างหรือยังล่ะ?”

 

“ยังเลย...แล้วนายล่ะ

 

“ฉันก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน...”  ชายหนุ่มว่าพลางขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย  “จะเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายกันนะ”

 

“นั่นสิ...ฉันเองก็เดาไม่ถูกเหมือนกัน”  ร่างบางว่าพลางลูบเบาๆลงบนหน้าท้องของตัวเอง  “ไว้ฉันคิดออกเมื่อไหร่จะบอกนายเป็นคนแรกนะ”

 

“ได้สิ”  คริสยิ้มรับบางๆก่อนจะหันไปตามทิศทางของเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา  ก่อนจะพบว่าเป็นคุณแม่ของยูอีที่กำลังเดินมาหา

 

“อาหารมื้อเย็นเสร็จแล้วล่ะ  ไปกินข้าวกันเถอะจ้ะเด็กๆ

 

สองร่างพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนที่คริสจะช่วยพยุงยูอีให้ลุกขึ้น  ร่างสูงค่อยๆพาเธอเดินเข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวังก่อนจะเอ่ยขึ้น

 

“เดี๋ยววันนี้ฉันกลับเร็วหน่อยนะ...หลังกินข้าวเสร็จแล้วคงจะกลับเลย

 

“อ่า...ทำไมรีบกลับจังเลยล่ะ  จะไปไหนเหรอ?”  หญิงสาวถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ  เพราะปกติคริสจะอยู่รอให้เธอเข้านอนก่อนถึงจะเดินทางกลับ

 

“พอดีวันนี้วันเกิดชานยอลน่ะ

 

หญิงสาวนิ่งไปหลังจากที่ได้ยินคำกล่าวนั้น  ตะกอนความรู้สึกไม่พอใจถูกกวนขึ้นจนมันฟุ้งไปทั่วทั้งจิตใจของเธออย่างฉับพลัน  ถึงแม้เธอจะไม่อยากรู้สึกแบบนั้น...แต่ความรู้สึกราวกับกำลังจะถูกแย่งของรักมันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างห้ามไม่ได้

 

“งั้นเหรอ”  หญิงสาวว่าพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ถูกปั้นแต่งขึ้น  “ฉันฝากอวยพรวันเกิดให้ชานยอลด้วยก็แล้วกันนะ”

 

“ได้สิ”  คริสยิ้มรับอย่างยินดี  ก่อนจะพาเธอไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวซึ่งมีคุณพ่อคุณแม่ของเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว  ระหว่างมื้ออาหารคริสก็จัดแจงตักกับข้าวให้หญิงสาวอยู่เสมอ  ความใส่ใจเหล่านั้นเรียกรอยยิ้มบางของผู้ใหญ่ทั้งสองท่านที่นั่งมองอยู่เงียบๆได้เป็นอย่างดี

 

ถึงแม้ว่าแรกเริ่มเดิมทีการแต่งงานระหว่างยูอีและคริสมันจะเกิดขึ้นเพราะความจำเป็น  แต่เพราะความประพฤติปฏิบัติที่ดีอย่างสม่ำเสมอของคริสทำให้พวกท่านเปิดใจยอมรับลูกเขยคนนี้มากขึ้น  อย่างน้อยก็ลดอคติที่อีกฝ่ายทำให้ลูกสาวของพวกท่านต้องมาอุ้มท้องทั้งที่ยังเรียนไม่จบไปได้มากทีเดียว

 

หญิงสาวนั่งกินข้าวเงียบๆท่ามกลางบทสนทนาระหว่างคริสกับคุณพ่อของเธอในเรื่องทั่วๆไป  ถึงแม้ว่ารสชาติของอาหารมื้อนี้จะอร่อยมากแค่ไหน  แต่ยูอีก็รู้สึกว่ามันกร่อยไปถนัดตาเมื่อเรื่องราวระหว่างคริสและชานยอลยังคงวุ่นวายอยู่ในหัวของเธออย่างไม่หยุดพัก  มันทั้งน่าหงุดหงิดและน่ารำคาญใจไปในเวลาเดียวกัน  เพราะเหตุนั้นมันพาลให้เธอไม่อยากอาหารไปซะดื้อๆจนต้องวางช้อนลงทั้งที่เพิ่งกินไปได้นิดเดียวเท่านั้น

 

“อ้าว...ทำไมกินน้อยจังเลยล่ะลูก  อาหารไม่อร่อยเหรอจ๊ะ?”  หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเธอกินข้าวไปแค่นิดเดียวเท่านั้น

 

“เปล่าหรอกค่ะ...หนูแค่รู้สึกกินไม่ค่อยลงน่ะค่ะคุณแม่

 

“ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ?”

 

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ

 

“งั้นขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะลูก  ถ้ารู้สึกว่าอาการไม่ค่อยดียังไงก็รีบบอกนะจ๊ะ  จะได้ไปโรงพยาบาลกัน”

 

“ค่ะ”  หญิงสาวรับคำสั้นๆ  ก่อนที่คริสจะช่วยพยุงเธอขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง  ชายหนุ่มเห็นอีกฝ่ายมีอาการไม่ค่อยดีก็นึกเป็นห่วงไม่น้อย  เกรงว่าเจ้าตัวเล็กในท้องจะมีอะไรผิดปกติจนส่งผลมาถึงยูอีอย่างที่เห็นหรือเปล่า

 

“ไหวหรือเปล่า”  เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นขณะช่วยประคองเธอเข้าไปในห้อง  หญิงสาวได้ยินคำถามนั้นก็เผลอเม้มริมฝีปากแน่น  ถ้าหากเธอบอกว่าไม่เป็นอะไร...คริสก็คงทิ้งเธอไว้คนเดียวแล้วไปหาชานยอลเป็นแน่

 

ไม่...เธอจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นแน่

“โอ้ย...”  เสียงหวานร้องขึ้นอย่างแผ่วเบา...ก่อนที่กายบางจะเอนซบเข้ากับแผงอกแกร่ง  ท่าทีไม่ค่อยดีของเธอทำให้คริสรู้สึกตกใจระคนเป็นห่วงไม่น้อย

 

“ยูอี  เป็นอะไรไปน่ะ!?”

 

“ฉัน...รู้สึกเวียนหัวน่ะ...”  ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็รีบพาเธอไปนั่งลงบนเตียงในทันที  สีหน้าตกใจและเป็นห่วงของเขาทำให้เธอรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ  แต่จะให้ทำอย่างไรได้...ในเมื่อเธอไม่ต้องการให้คริสไปหาชานยอลอย่างที่อีกฝ่ายตั้งใจไว้ในทีแรก

 

ที่ผ่านมา...แม้จะรู้ดีแก่ใจว่าที่ชายหนุ่มมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอก็เพราะลูก...แต่เธอผิดด้วยหรือที่ตกหลุมรักความอบอุ่นอ่อนโยนของเขาจนยากจะถอนตัวแบบนี้  ทั้งที่พยายามหักห้ามใจแล้ว...แต่เรื่องของความรู้สึกมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะสามารถควบคุมมันได้โดยง่าย  ยิ่งอีกฝ่ายใจดีกับเธอมากเท่าไหร่...เธอก็ยิ่งรู้สึกอ่อนไหวและตกหลุมรักเขาไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

...และกว่าจะรู้ตัว...มันก็ยากเกินกว่าจะถอยกลับแล้วจริงๆ

 

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า

 

“ฉันรู้สึกเวียนหัวมากๆเลย...แล้วก็ปวดท้องด้วย...”  หญิงสาวว่าพลางยกมือขึ้นแตะเบาๆที่หน้าท้องของตัวเอง  “ขอโทษด้วยนะคริส...ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันเกิดของชานยอล...แต่นายช่วยอยู่กับฉันได้มั้ย...ฉันไม่ไว้ใจอาการที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่เลย...ฉันกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไป...”

 

หญิงสาวเอ่ยขอร้องกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก  ดวงหน้าหวานฉายแววเจ็บปวดได้อย่างแนบเนียนจนชายหนุ่มนึกเชื่ออย่างสนิทใจ

 

“ฉันว่าเราไปโรงพยาบาลกันดีกว่า...สีหน้าเธอไม่ค่อยดีเลยนะ

 

“ไม่ต้องหรอก...ฉันไม่อยากให้วุ่นวายกันน่ะ...ลองนอนพักดูก่อนน่าจะดีกว่า

 

“เอาแบบนั้นเหรอ?”

 

“อื้อ...

 

“งั้นก็ตามใจเธอแล้วกัน”  ชายหนุ่มว่าพลางช่วยประคองหญิงสาวให้นอนลงอย่างเบามือ  “...นอนพักเถอะ...ถ้าตื่นมาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นเดี๋ยวฉันจะพาโรงพยาบาล”

 

หญิงสาวพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลง  ครู่หนึ่งเธอก็ได้ยินคริสโทรหาชานยอลและบอกว่าคงไปหาไม่ได้แล้ว  และนั่นเรียกรอยยิ้มบางให้ผุดขึ้นบนริมฝีปากของเธอเมื่อแผนการแกล้งป่วยมันประสบผลสำเร็จโดยไม่เสียแรงเปล่า

 

ถึงแม้ว่าชานยอลจะมาก่อน...แต่เธอก็มีสิทธิ์มิใช่หรือ...เพราะถึงอย่างไรคริสก็ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของลูกในท้องเธออยู่วันยังค่ำ  ถึงแม้ว่าตอนนี้คริสจะยังไม่รักเธอก็ไม่เป็นไร...เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะต้องทำให้คริสรักเธอให้ได้ในสักวันหนึ่ง...คริสจะต้องรักแค่เธอเท่านั้น...โดยไม่มีเรื่องของปาร์คชานยอลอยู่ในสักเสี้ยวหนึ่งของความคิดอีกต่อไป...

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

ชานยอลลดโทรศัพท์ในมือลงหลังจากได้ความจากปลายสายว่าคงมาร่วมฉลองวันเกิดด้วยไม่ได้แล้วเพราะยูอีมีอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ด้านชานยอลที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยายามเข้าใจ...เขาพยายามแล้วที่จะไม่รู้สึกน้อยใจใดๆ  ทว่าความหวังที่ถูกพังทลายลงตรงหน้ามันทำให้เขาอดรู้สึกแย่ไม่ได้จริงๆ

 

ที่ผ่านมาเขาได้แต่บอกตัวเองว่าให้อดทน...เพียงแค่คริสรักเขาไม่ว่าจะเรื่องอะไรชานยอลก็ยอมรับได้ทั้งนั้น  แต่ในวันสำคัญอย่างนี้...พวกเขาควรจะได้อยู่ด้วยกันมิใช่หรือ...

 

ชานยอลจ้องมองอาหารหลากหลายอย่างบนโต๊ะอาหารด้วยแววตาเลื่อนลอย  ก่อนจะลงมือกินอาหารมื้อเย็นเงียบๆเพียงคนเดียวเมื่อใครอีกคนมาร่วมเฉลิมฉลองด้วยกันไม่ได้แล้ว  รสชาติอาหารแสนอร่อยดูฝืดคอจนแทบกลืนไม่ลงเมื่อความรู้สึกแย่กำลังตีรวนอยู่ในทุกห้วงของความรู้สึกจนพาให้รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งขอบตาอย่างห้ามไม่ได้

 

“วันนี้...ฮึก...วันเกิดของฉันนะ...”  ชานยอลร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น  มือบางยกขึ้นปิดหน้าตัวเองเอาไว้ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างเหลืออด  ระบายความทุกข์ใจในตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า  ถึงแม้จะรู้ดีว่าที่คริสไม่สามารถมาหาเขาได้มันเป็นเพราะความจำเป็น  แต่ถึงอย่างนั้นความน้อยอกน้อยใจที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้มาเนิ่นนานมันก็ทำให้เขาไม่สามารถเก็บกักน้ำตาเอาไว้ได้จริงๆ

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

อย่าลืมแสดงความเห็นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แต่งด้วยนะคะ ไม่ได้เป็นสมาชิกบอร์ดบ้านก็สามารถแสดงความเห็นได้น้า

ส่วนแท็กสกรีมเรื่องนี้ใช้แท็ก #bittersweet_ky นะคะ

 

ขอบคุณค่ะ

 





Reply to this topic



  



0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users