Jump to content


Photo

Bittersweet (2/4)

#bittersweet_ky

No replies to this topic

#1 THE E11EVEN ♠ KY

THE E11EVEN ♠ KY

    Administrator

  • Administrators
  • PipPipPip
  • 86 posts

Posted 14 April 2019 - 10:49 AM

SF : Bittersweet

Author : Yeolly Wu

Chapter : 02

 

แท็ก #bittersweet_ky

 

 

 

 

หลังจากที่คริสตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับพ่อแม่ของตนเองได้รับรู้  พวกท่านต่างก็รู้สึกตกอกตกใจเป็นอย่างมากที่กำลังจะมีหลานแบบไม่ทันได้ตั้งตัว  แต่กระนั้นพวกท่านก็ยินดีรับผิดชอบในสิ่งที่ลูกชายของตัวเองได้ก่อขึ้นอย่างไม่อิดออด...เพราะถึงอย่างไรบุคคลที่เสียหายมากที่สุดก็คือฝ่ายหญิงอยู่ดี

 

บรรยากาศภายในบ้านของคิมยูอีเต็มไปด้วยความตึงเครียดเมื่อทั้งสองครอบครัวมารวมตัวกันอยู่อย่างพร้อมหน้า  หลังจากที่พูดคุยกับคริสในวันนั้น...หญิงสาวก็ตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับพ่อและแม่ของเธอฟัง  แน่นอนว่าพวกท่านโกรธมากที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น  หากใครรู้เข้าว่าลูกสาวของตนท้องโตทั้งที่ยังเรียนไม่จบและยังไม่ได้แต่งงานคงได้อับอายขายขี้หน้าไปอีกนาน  เช่นนั้นสองสามีภรรยาจึงสั่งให้ยูอีเรียกฝ่ายชายเข้ามาพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปกันเป็นการด่วน  เพราะเหตุนั้นคริสจึงพาพ่อกับแม่ของตนเองเดินทางมาที่บ้านของยูอีเพื่อเจรจากับทางครอบครัวของหญิงสาวสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

ห้องรับแขกตกอยู่ในสภาวะเครียดขึงจนชวนให้รู้สึกอึดอัด  ทว่าสำหรับเรื่องราวอันน่าปวดหัวที่เกิดขึ้น...คงไม่มีใครมีกระจิตกระใจที่จะส่งยิ้มให้กันราวกับเป็นเรื่องที่น่ายินดี

 

“ผมรู้ว่ามันเป็นความผิดพลาดที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น...แต่พวกคุณรู้ใช่มั้ยว่าคนที่เสียหายที่สุดก็คือลูกสาวของผม  อีกไม่นานท้องของยูอีจะต้องใหญ่ขึ้น...คนอื่นจะมองลูกสาวผมยังไงที่เห็นเธอท้องโตทั้งที่ยังเรียนไม่จบ

 

“.....”

 

“ยูอีจะต้องแต่งงาน”

 

สิ้นคำกล่าวนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ  พ่อกับแม่ของคริสหันมามองหน้ากันเมื่อผลลัพธ์ของการเจรจาในครั้งนี้มันไม่แตกต่างจากที่คิดเอาไว้มากนัก  พวกเขาคาดเดาเอาไว้ตั้งแต่ก่อนมาเข้าพบกับทางครอบครัวของฝ่ายหญิงแล้วว่าคงไม่พ้นต้องเกี่ยวดองกันเพื่อลบคำครหาต่างๆนาๆที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

คริสก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างยอมรับชะตากรรมที่เขาเป็นคนก่อมันขึ้นมา  ถึงแม้ว่าจะทำใจเอาไว้แล้วล่วงหน้า  ทว่า...มันช่างยากเย็นเหลือเกินที่เขาจะทำใจได้ครบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์

 

“คุณพ่อ...”  หญิงสาวเอ่ยเรียกบิดาของตนเองเสียงแผ่ว  แต่กระนั้นเธอก็รู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์คัดค้านใดๆได้อยู่แล้ว

 

การเจรจาเป็นไปอย่างต่อเนื่องเมื่อทางครอบครัวของหญิงสาวต้องการให้งานแต่งงานถูกจัดขึ้นโดยเร็วที่สุด  การแต่งงานจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่หน้าท้องของยูอีจะโตไปมากกว่านี้  เช่นนั้นทั้งสองครอบครัวจึงตกลงกันว่าการแต่งงานจะถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า  เป็นพิธีแต่งงานเล็กๆที่มีเพียงแค่ญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมแสดงความยินดีเท่านั้น

 

คริสถอนหายใจเบาๆขณะขับรถกลับจากบ้านของหญิงสาว  โดยมีพ่อกับแม่ของตนเองนั่งอยู่ที่เบาะหลังด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นเดียวกัน

 

“ตาคริส...”  หญิงวัยกลางคนเอ่ยเรียกลูกชายของตนเองเสียงแผ่ว  เจ้าของชื่อเหลือบมองกระจกหลังเล็กน้อยก่อนจะรับคำ

 

“ครับแม่”

 

“แม่เองก็ไม่อยากจะก้าวก่ายลูกนักหรอกนะ  แต่ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว...ชานยอลน่ะ...ชานยอลรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

 

“...รู้ครับ...”  ชายหนุ่มว่าเสียงเรียบ  “ผมเล่าความจริงให้เขาฟังทุกอย่าง...ชานยอลเขาเข้าใจดีครับแม่

 

“แต่ว่าลูกกำลังจะแต่งงาน...”  คนเป็นแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

 

“สำหรับเรื่องนั้นผมเองก็มีเกริ่นกับชานยอลเอาไว้แล้วเหมือนกัน  แต่ว่า...ถึงผมจะแต่งงานไป...มันก็เป็นแค่พิธีบังหน้าเท่านั้น  ผมตกลงกับยูอีว่าจะรับผิดชอบเรื่องเด็ก...ผมจะช่วยเธอดูแลลูก...โดยที่ผมไม่ได้เลิกรากับชานยอล”

 

“แต่แม่ว่าแบบนั้นมัน...”

 

“การแต่งงานมันคือความรับผิดชอบของผม”

 

“.....”

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...หัวใจของผมก็มีแค่ชานยอลคนเดียวเท่านั้นครับ”

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

การแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้ายังคงถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับ  ยูอีทำเรื่องดร็อปเรียนเอาไว้โดยตั้งใจว่าจะไม่ปริปากบอกใครว่าเธอหยุดพักการเรียนเอาไว้ทำไม  แต่กระนั้นหญิงสาวก็รู้ดีว่าเธอไม่สามารถปิดปากเงียบไปได้ตลอด  เธอมีเพื่อนและมีสังคมที่รอตั้งคำถามถ้าหากเธอเงียบหายไป  เช่นนั้นเธอจึงตัดสินใจบอกกล่าวกับเพื่อนสนิทว่าเธอมีปัญหาด้านสุขภาพจนต้องพักการเรียนเอาไว้เพื่อทำการรักษาให้หายดีเสียก่อน

 

วันนี้หญิงสาวเดินทางมาลองชุดแต่งงานที่ห้องเสื้อใหญ่แห่งหนึ่งพร้อมกับคริส  ยูอีใช้เวลาเลือกชุดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าไปลองสวมใส่ดูว่ามันพอดีกับตัวของเธอหรือไม่  ไม่ช้าร่างเพรียวระหงในชุดแต่งงานสีขาวสะอาดก็ก้าวออกมาจากห้องลองชุด  โดยมีว่าที่เจ้าบ่าวยืนรออยู่ด้านนอกห้องดังกล่าวนั้น

 

“ชุดนี้เหมาะกับเธอดีนะ”  คริสเอ่ยชมไปตามความจริง  เวลานี้หญิงสาวไม่ต่างไปจากนางฟ้าตนหนึ่งที่ลงมาเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์  สีขาวของชุดเจ้าสาวยิ่งขับให้เธอดูสวยสง่าอย่างไร้ที่ติ  ยูอียิ้มรับบางๆ  ก่อนจะมองสำรวจคนตรงหน้าและเอ่ยขึ้นบ้าง

 

“นายเองก็ดูดีเหมือนกันนะ”

 

“ขอบคุณ...ว่าแต่เธอจะเลือกชุดนี้หรือเปล่า?”

 

ด้านหญิงสาวที่ได้ยินคำถามนั้นจึงหันไปมองตนเองผ่านกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ  ยอมรับว่าเธอค่อนข้างชอบมันไม่น้อย  แต่เป็นเพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอต้องมาสวมใส่ชุดนี้มันทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าที่ควร  หญิงสาวได้แต่จ้องมองมันนิ่งๆด้วยแววตาอ่านยาก...ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

“แค่การแต่งงานบังหน้า...ชุดไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ...”

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

คริสขับรถมาที่คอนโดของชานยอลหลังจากขับรถไปส่งยูอีที่บ้านของเธอ  ชายหนุ่มก้าวลงจากรถก่อนจะขึ้นไปบนห้องของคนรักพร้อมกับถุงขนมที่ชานยอลชอบ  มือหนาแตะคีย์การ์ดเข้าที่ประตูก่อนจะผลักมันให้เปิดออกกว้าง  เผยให้เห็นเจ้าของห้องที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนดูหนังอยู่บนโซฟาด้วยดวงตาที่หรี่ปรือเต็มที

 

“อ้าว...ทำไมมาไวจัง”  ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจขณะเหลือบมองไปยังนาฬิกาบนผนังห้อง

 

“คิดถึงคนแถวนี้ก็เลยรีบมาน่ะสิ”  สิ้นคำนั้นชานยอลก็เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย  ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งดีๆโดยมีร่างสูงเดินมาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ

 

“ฉันซื้อของโปรดของนายมาให้ด้วย...เห็นวันก่อนบ่นว่าอยากกินนี่นา”

 

“ดีจัง...ขอบคุณนะ”  ชานยอลว่าพลางส่งยิ้มน่ารักให้  ก่อนจะลงมือหยิบกล่องขนมเค้กรสชาเขียวที่เขาชอบออกมาจากถุง  คริสลุกจากโซฟาและเดินไปเข้าไปในครัวเพื่อหยิบจานกับช้อนมาให้อย่างพร้อมสรรพ  ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกระจกใสที่มีเค้กชาเขียวหน้าตาน่ากินวางตั้งเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว

 

ชานยอลตักเค้กที่ถูกตัดแบ่งเป็นเสี้ยวเอาไว้แล้วออกมาหนึ่งชิ้น  ก่อนจะปิดฝากล่องให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนหน้า  มือบางใช้ช้อนตัดเค้กในจานให้เป็นชิ้นพอดีคำ  ก่อนจะตักมันขึ้นมาและยื่นไปตรงหน้าคนรักที่นั่งอยู่ข้างๆกัน

 

“อ้าปากเร็ว”  ชายหนุ่มอ้าปากรับเนื้อเค้กนุ่มลิ้นเข้าไปอย่างว่าง่าย  ชานยอลอมยิ้มบางก่อนจะตักเข้าปากตัวเองบ้าง  พวกเขากินของอร่อยกันไปพร้อมกับพูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย  ก่อนที่ชานยอลจะถามถึงธุระที่อีกฝ่ายไปทำมาในวันนี้

 

“ไปลองชุดเจ้าบ่าวมาเป็นยังไงบ้างล่ะ”

 

“ก็งั้นๆแหละ”

 

“อีกเดี๋ยวก็จะถึงกำหนดวันแต่งงานแล้ว...ฉันควรรีบไปหาสูทดีๆสักตัวซะแล้วสิ”

 

“เฮ้...นายจะไปงานแต่งของฉันจริงๆน่ะเหรอคนดี”

 

“อือฮึ...ทำไมล่ะ”

 

“ก็...ไม่รู้สิ...มันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสักหน่อย”

 

“ฉันรู้”

 

“ที่ฉันถามก็เพราะฉันเป็นห่วงความรู้สึกของนาย...เพราะถ้าเป็นฉันฉันก็คงไม่ไป...ถามจริงเถอะคนดี...นายทำใจได้เหรอที่เห็นฉันแต่งงานกับคนอื่น...”

 

“ไม่ได้หรอก”  ชานยอลตอบกลับทันควัน  ดวงตากลมโตหลุบลงต่ำก่อนจะช้อนขึ้นมองคนข้างกายอีกครั้ง  “...แต่เพราะฉันเชื่อใจนาย...ฉันถึงได้ตัดสินใจว่าจะไปยังไงล่ะ...”

 

“.....”

 

“เพียงแค่นายรักฉัน...การแต่งงานนั่นมันทำร้ายความรู้สึกของฉันไม่ได้หรอก”

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

งานแต่งงานระหว่างคริสกับยูอีถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่โบสถ์แห่งหนึ่ง  โดยแขกผู้มาร่วมงานของฝ่ายหญิงมีเพียงแค่ญาติสนิทมิตรสหายใกล้ตัวเท่านั้น  ซึ่งด้านเจ้าบ่าวเองก็ไม่ต่างกัน...คริสไม่ได้ปริปากบอกเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเลยแม้แต่คนเดียวว่าเขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน  เช่นนั้นนอกจากพ่อกับแม่และญาติอีกสองสามคน  จึงมีเพียงแค่ชานยอลเท่านั้นที่มาร่วมงานแต่งงานในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว

 

ชานยอลเดินทางมาถึงบริเวณสถานที่จัดงานก่อนพิธีการจะเริ่มขึ้นราวหนึ่งชั่วโมงเศษ  ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆบริเวณที่มีผู้คนเริ่มทยอยมากันบ้างแล้วจำนวนหนึ่ง  ก่อนจะผละไปมองหาเจ้าบ่าวของวันนี้ที่ส่งข้อความมาบอกเขาว่าเจ้าตัวเดินทางมาถึงได้สักพักใหญ่ๆแล้ว

 

“ชานยอลจ๊ะ”  เสียงหวานที่ดังขึ้นจากด้านหลังเรียกให้คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงหันกลับไปมองตามเสียงนั้น  ก่อนจะพบว่าเป็นพ่อกับแม่ของคนรักที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล  เมื่อเห็นดังนั้นร่างบางจึงรีบก้าวไปหาพวกท่านในทันที

 

“คุณพ่อ...คุณแม่...สวัสดีครับ”  ชานยอลเอ่ยทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความคุ้นเคย  ตลอดระยะเวลาที่เขากับคริสคบหากันชานยอลมีโอกาสได้พบเจอกับพวกท่านอยู่บ่อยครั้ง  เพราะพวกท่านมักจะชวนเขาไปกินข้าวที่บ้านด้วยกันอยู่เสมอ  และนั่นทำให้ชานยอลสนิทสนมกับคุณพ่อคุณแม่ของคริสเป็นอย่างดี

 

“สวัสดีจ้ะ...พอดีช่วงนี้พ่อกับแม่ยุ่งๆเรื่องงานแต่งของตาคริสก็เลยไม่ได้เจอเราเลย  เป็นยังไงบ้างลูก”

 

“ก็สบายดี...ล่ะมั้งครับ”

 

“เหรอจ๊ะ  อ่า...ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นน่ะ...ถึงตาคริสจะบอกว่าชานยอลเข้าใจดี  แต่พ่อกับแม่รู้สึกไม่สบายใจเลยที่เรื่องทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้...”  หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดี  เพราะสิ่งที่คริสทำผิดพลาดไปทำให้เธอกับสามีแทบไม่ต่างจากคนน้ำท่วมปาก  ได้แต่ก้มหน้ายอมรับข้อเสนอราวกับถูกมัดมือชกก็ไม่ปาน  ครั้นจะปฏิเสธการแต่งงานก็ดูจะใจร้ายกับเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย

 

ชานยอลได้ยินแม่ของคนรักเอ่ยออกมาแบบนั้นก็หลุบตาลงเล็กน้อย  สำหรับเรื่องราวน่าปวดหัวที่เกิดขึ้นเขาเข้าใจดีทุกอย่าง  บางครั้งความผิดพลาด...มันก็ไม่สามารถแก้ไขได้เสมอไป  เช่นนั้นผลลัพธ์จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันถึงได้ออกมาในรูปแบบนี้

 

“คุณพ่อคุณแม่อย่าคิดมากเลยนะครับ...ผมรู้ดีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่มีใครอยากให้เกิด  ไม่ว่าจะคริสหรือยูอีก็ตาม...พวกเขาคงเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไปมากพอแล้ว”

 

“.....”

 

“ผมจะไม่โทษว่ามันเป็นความผิดของใคร  ผมรู้ว่าคริสรักผมมากแค่ไหน...ผมถึงพร้อมที่จะให้อภัยเขาในสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป  และมันคงเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับเขาเลยทีเดียว...เพราะมันเป็นความผิดพลาดที่ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากยอมรับมัน

 

“นั่นสินะ...”  ชายวัยกลางคนพึมพำเสียงเบา  “เห็นชานยอลเข้าใจเจ้าคริสแบบนี้พ่อค่อยรู้สึกสบายใจหน่อย  พ่อกับแม่กังวลอยู่ตั้งนานว่าทั้งสองคนจะเลิกรากันหรือเปล่า  ถึงจะถามเจ้าคริสสักกี่ครั้งก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี”

 

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ  ผมเข้าใจดีว่ามันคือสิ่งที่คริสต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองก่อขึ้นมา”

 

“เฮ้อ...ได้ยินจากปากชานยอลแบบนี้พ่อกับแม่ก็เบาใจแล้วล่ะ”

 

ชานยอลส่งยิ้มบางให้พ่อกับแม้ของคนรักอย่างจริงใจ  ถึงแม้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันจะเป็นเรื่องยากที่จะทำใจ  แต่เป็นเพราะเขาเชื่อใจคริส...เชื่อในความรักที่อีกฝ่ายมีให้กับเขา...ไม่ว่าจะต้องเจอเรื่องราวแย่ๆอีกสักเท่าไหร่...เขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากคริสไปเป็นอันขาด

 

 

 

 

- Bittersweet -

 

 

 

 

พีธีแต่งงานเป็นไปตามลำดับขั้นตอนอย่างไม่รีบร้อน  ชานยอลในชุดสูทสุภาพยืนนิ่งอยู่ข้างๆพ่อกับแม่ของคนรักในขณะที่บาทหลวงกำลังกล่าวนำพิธีอยู่เบื้องหน้า  ชานยอลเคยคิดว่าแค่คริสรักเขา...การแต่งงานที่เกิดขึ้นมันคงทำให้เขารู้สึกแย่ไม่ได้  หากแต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆมันกลับตรงกันข้าม...เวลานี้เขาทั้งรู้สึกอึดอัดและปวดใจจนแทบทนไม่ไหว  ชานยอลได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเขามาทำอะไรที่นี่

 

ชานยอลรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองมันเต้นช้าลงยามที่คู่บ่าวสาวกำลังสวมแหวนแต่งงานให้กัน  แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นแค่การแต่งงานที่เกิดขึ้นเพราะความรับผิดชอบ  แต่เขาก็อดรู้สึกปวดใจกับภาพเบื้องหน้าไม่ได้อยู่ดี

 

“เชิญเจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวได้”  เสียงของบาทหลวงดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ  ชานยอลเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้าก่อนจะปล่อยให้น้ำตารินไหลลงมาเงียบๆโดยไร้เสียงสะอื้น  เขากำลังรู้สึกแย่เขารู้ตัวเองดี  แต่ชานยอลก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าปล่อยให้น้ำตารินไหลลงมาอย่างเงียบงันเท่านั้น

 

หลังจากพิธีแต่งงานเสร็จสิ้นลงแล้วชานยอลก็รีบปลีกตัวกลับคอนโดของตัวเองในทันที  เขาทำเพียงแค่เอ่ยลากับพ่อแม่ของคริสสั้นๆก่อนจะรีบเดินออกมาจากสถานที่แห่งนั้น  เพราะเขาไม่สามารถทนอยู่ที่นั่นได้นานกว่านี้จริงๆ

 

ชานยอลทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก  ชานยอลหลับตาลงและปล่อยให้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านั้นจมดิ่งลงไปจนลึกสุดหัวใจ  ไม่ช้าเสียงโทรศัพท์มือถือก็แผดเสียงร้องขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ  ชานยอลล้วงหยิบมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทก่อนจะพบว่าเป็นคริสที่โทรเข้ามา  ริมฝีปากอิ่มเผลอเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกอึดอัด  ก่อนจะปล่อยให้มันส่งเสียงร้องอยู่แบบนั้นโดยที่ไม่ได้กดรับสายแต่อย่างใด

 

ชานยอลรู้ว่าตัวเองกำลังงี่เง่า...แต่ตอนนี้เขาแค่ต้องการเวลาจัดการความรู้สึกของตัวเองมันก็เท่านั้น

 

เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงที่ชานยอลได้แต่นอนนิ่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่แบบนั้น  กระทั่งเสียงกุกกักที่ประตูดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน  ชานยอลจึงหันไปมองดูก่อนจะพบว่าเป็นคริสที่เปิดประตูห้องเข้ามา  ร่างบางหยัดตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำ  กระทั่งหางตามองเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

 

“รับสายกันหน่อยสิ...ฉันเป็นห่วงนะ”

 

“ขอโทษ...ฉันแค่...”

 

“ไม่เป็นไร...ไม่ต้องขอโทษหรอก...คงรู้สึกแย่ล่ะสิใช่มั้ย?”  ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นอย่างรู้ทัน  ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆและดึงร่างบางเข้ามากอดเอาไว้แน่น  “...เพราะฉันรู้ว่านายจะรู้สึกไม่ดี...ฉันถึงไม่อยากให้นายไปงานแต่งของฉันไงล่ะคนดี”

 

“...อื้อ...”

 

“อยากร้องไห้หรือเปล่า?”

 

ชานยอลส่ายหน้าไปมาเบาๆในอ้อมกอดของอีกฝ่าย  คริสลูบศีรษะร่างในอ้อมแขนเบาๆอย่างต้องการปลอบประโลม...ก่อนจะแต้มจุมพิตแผ่วเบาลงบนขมับของอีกฝ่ายด้วยความรักใคร่

 

ชานยอลคิดว่าตอนนี้ทั้งเขาและคริสไม่ต่างอะไรจากการยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน  มันทั้งว้าเหว่และหนาวเหน็บไปจนสุดขั้วหัวใจ  ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดพายุขนาดใหญ่...ที่พร้อมจะเป็นอุปสรรคพัดพาให้พวกเราห่างกันออกไปถ้าหากเราสองคนจับมือกันไม่แน่นพอ  ซึ่งชานยอลไม่ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้นเลยสักนิด...เขาไม่อยากแยกห่างจากคริสเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

ชานยอลกอดตอบอีกฝ่ายแน่น...ให้ไออุ่นที่ได้รับจากคนของหัวใจค่อยๆชำระล้างความรู้สึกแย่ๆออกไปให้หมดสิ้น  พวกเขานั่งกอดกันเงียบๆโดยที่ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา...ปล่อยให้เวลาหมุนผ่านไปพร้อมกับพัดพาความรู้สึกแย่ๆในหัวใจให้จางหายไป

 

ชานยอลได้แต่หวังว่าสักวัน...สายฝนเหล่านั้นจะหยุดตกลงมาเสียที...

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

อย่าลืมคอมเมนต์/สกรีม #bittersweet_ky เพื่อเป็นกำลังใจให้คนแต่งกันด้วยนะคะ ^ ^

 

 

 

 

 

 





Reply to this topic



  



0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users